พินัยกรรมยกให้ลูกคนเดียว ลูกคนอื่นฟ้องล้มได้ไหม

พินัยกรรมยกให้ลูกคนเดียว ลูกคนอื่นฟ้องล้มได้ไหม

หลังพ่อเสีย ครอบครัวเปิดพินัยกรรมออกมาแล้วพบข้อความที่ทำให้ทุกคนอึ้ง พ่อยกทรัพย์ทั้งหมด ทั้งบ้าน ที่ดิน และเงินในบัญชี ให้ลูกชายคนโตเพียงคนเดียว ส่วนลูกอีกสามคนไม่ได้อะไรเลย คำถามที่ดังขึ้นทันทีคือ พ่อทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แล้วลูกที่ไม่ได้รับอะไร จะฟ้องให้พินัยกรรมเป็นโมฆะได้ไหม

คำตอบเรื่องนี้อาจทำให้หลายคนแปลกใจ

กฎหมายไทยไม่มี "สัดส่วนบังคับ"

ต่างจากบางประเทศที่กฎหมายบังคับให้ต้องกันมรดกส่วนหนึ่งไว้ให้ลูกทุกคนเสมอ กฎหมายไทยไม่มีหลักสัดส่วนบังคับเช่นนั้น เจ้าของทรัพย์มีเสรีภาพที่จะยกทรัพย์ของตนให้ใครก็ได้ตามที่ต้องการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1608 วางหลักว่า เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมคนใดมิให้รับมรดกก็ได้ ด้วยการแสดงเจตนาชัดแจ้งโดยพินัยกรรม หรือโดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และที่สำคัญ กฎหมายยังกำหนดว่า เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว ให้ถือว่าทายาทโดยธรรมผู้ที่ไม่ได้รับประโยชน์จากพินัยกรรม เป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกไปโดยปริยาย

แปลว่า การที่พ่อยกทรัพย์ทั้งหมดให้ลูกคนเดียว โดยหลักแล้วทำได้ และลูกคนอื่นที่ไม่ได้รับ ถือว่าถูกตัดออกโดยผลของพินัยกรรมนั้นเอง

แล้วลูกคนอื่นทำอะไรได้บ้าง

แม้หลักทั่วไปจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ได้แปลว่าลูกคนอื่นหมดหนทางเสมอไป เพราะสิ่งที่โต้แย้งได้ไม่ใช่ "ความไม่เป็นธรรม" ของการแบ่ง แต่คือ "ความสมบูรณ์" ของพินัยกรรม

ประเด็นที่มักหยิบมาต่อสู้ ได้แก่ พินัยกรรมทำผิดแบบหรือไม่ เช่น พยานไม่ครบ ไม่ลงวันเดือนปี หรือให้ผู้รับทรัพย์มาเป็นพยานซึ่งขัดมาตรา 1653 อีกประเด็นคือ ขณะทำพินัยกรรม พ่อมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์หรือไม่ หากทำตอนป่วยหนักจนไม่รู้สึกตัว หรือถูกหลอกลวง ข่มขู่ บีบบังคับให้ทำ พินัยกรรมนั้นก็อาจถูกโต้แย้งได้ และประเด็นเรื่องลายมือชื่อปลอมหรือเอกสารปลอม ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง (ดูรายละเอียดในบทความเรื่องสงสัยพินัยกรรมปลอม)

หากพิสูจน์ได้ว่าพินัยกรรมไม่สมบูรณ์ พินัยกรรมหรือข้อกำหนดส่วนนั้นก็อาจตกไป และทรัพย์ส่วนนั้นจะกลับไปแบ่งตามทายาทโดยธรรม ทำให้ลูกคนอื่นกลับมามีสิทธิได้

จุดที่หลายคนลืม สินสมรสไม่ใช่มรดกทั้งก้อน

มีเรื่องสำคัญที่มักถูกมองข้าม หากทรัพย์ที่พ่อยกให้เป็นสินสมรสที่พ่อมีร่วมกับแม่ พ่อมีสิทธิทำพินัยกรรมได้เฉพาะส่วนที่เป็นของพ่อเท่านั้น เพราะเมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ต้องแบ่งสินสมรสออกก่อน โดยครึ่งหนึ่งเป็นของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งไม่ใช่มรดก ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของผู้ตายเท่านั้นที่เป็นกองมรดกและตกอยู่ในบังคับของพินัยกรรม

ดังนั้นแม้พินัยกรรมจะเขียนว่ายก "ทั้งหมด" ให้ลูกคนเดียว ก็ยกได้เท่าที่เป็นทรัพย์ส่วนของพ่อจริง ๆ ไม่รวมส่วนของแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ประเด็นนี้ละเอียดอ่อนและมักเป็นจุดที่ทำให้การแบ่งจริงต่างจากที่เข้าใจกันตอนแรก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: พ่อยกทรัพย์ให้ลูกคนเดียวเพราะไม่พอใจลูกคนอื่น ทำได้ไหม

ตอบ: โดยหลักทำได้ เพราะกฎหมายไทยให้เสรีภาพในการทำพินัยกรรมและไม่มีสัดส่วนบังคับ เหตุผลเบื้องหลังไม่ทำให้พินัยกรรมเสียไป ตราบใดที่พินัยกรรมทำถูกแบบและด้วยเจตนาที่สมบูรณ์

ถาม: ลูกที่ถูกตัด ยังต้องรับผิดในหนี้ของพ่อไหม

ตอบ: ผู้ที่ถูกตัดมิให้รับมรดกย่อมไม่ได้รับทรัพย์ และโดยหลักไม่ต้องรับภาระหนี้ในฐานะทายาทของกองมรดกส่วนนั้น ทั้งนี้ควรพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ถาม: จะรู้ได้อย่างไรว่าพินัยกรรมสมบูรณ์พอจะสู้ได้หรือไม่

ตอบ: ต้องให้ทนายตรวจแบบพินัยกรรม พยาน สภาพของผู้ทำขณะทำ และพฤติการณ์แวดล้อม เพื่อประเมินว่ามีช่องโต้แย้งจริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจฟ้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับปรึกษาคดีพินัยกรรม โต้แย้งความสมบูรณ์ของพินัยกรรม และวางแผนมรดก รองรับเอกสารภาษาไทย อังกฤษ และจีน
LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
เจ้าของทรัพย์มีสิทธิเลือกปลายทางของทรัพย์ตน แต่ทายาทก็มีสิทธิตรวจสอบว่าเจตนานั้นถูกต้องและเป็นของจริง
Scroll