เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2026
ตอบสั้น ๆ: การจงใจทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดนี้ต้องกระทำโดย "เจตนา" ถ้าทำโดยประมาทไม่เป็นความผิดฐานนี้ และเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายในอายุความ นอกจากคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากการละเมิดได้อีกทางหนึ่ง บทความนี้อยู่ในชุด ฉ้อโกง ยักยอก และอาชญากรรมทางธุรกิจ
ความผิดตามมาตรา 358 มีองค์ประกอบสำคัญคือ หนึ่ง มีการกระทำต่อทรัพย์ ได้แก่ ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ สอง ทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และสาม ผู้กระทำต้องมีเจตนา คือรู้ว่าเป็นทรัพย์ของผู้อื่นและตั้งใจทำให้เสียหาย ตัวอย่างเช่น ทุบรถ กรีดยางรถ เผาทรัพย์ ทำลายรั้วหรือกำแพงของเพื่อนบ้าน ทำลายป้ายหรือสินค้าของคู่แข่ง หากทำลายทรัพย์ของตนเองย่อมไม่เป็นความผิดฐานนี้ และถ้าเป็นการทำเสียหายโดยประมาทไม่เจตนา ก็ไม่เข้าความผิดอาญาฐานนี้ แต่ยังอาจต้องรับผิดชดใช้ทางแพ่ง
โทษพื้นฐานตามมาตรา 358 คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ดี กฎหมายกำหนดเหตุที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นในมาตราถัดไป เช่น การทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือทรัพย์บางประเภทที่กฎหมายคุ้มครองเป็นพิเศษ รวมถึงกรณีทำโดยใช้กำลังหรือวิธีการที่อาจเป็นอันตราย โทษในกรณีเหล่านี้จะสูงกว่าความผิดพื้นฐาน การพิจารณาว่าเข้าเหตุฉกรรจ์หรือไม่ขึ้นกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นเรื่อง ๆ ไป
ยอมความได้: ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นคดีอาญาอาจขาดอายุความร้องทุกข์ และเมื่อยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ แต่การเจรจาชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งยังทำได้
หลายคนสับสนระหว่างความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ "เจตนา" ต่อทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์คือมุ่งทำลายหรือทำให้ทรัพย์เสียหาย ไม่ได้ต้องการเอาทรัพย์ไปเป็นของตน ต่างจากลักทรัพย์ที่เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต และต่างจากยักยอกที่ครอบครองทรัพย์อยู่แล้วแต่เบียดบังเอาเป็นของตน การแยกฐานความผิดให้ถูกต้องมีผลต่อการแจ้งความและการดำเนินคดี ดูความต่างของลักทรัพย์กับยักยอกที่ ลักทรัพย์ vs ยักยอกทรัพย์ และความต่างของฉ้อโกงกับยักยอกที่ ฉ้อโกง vs ยักยอกทรัพย์
เมื่อทรัพย์สินถูกทำลาย ผู้เสียหายควรเก็บหลักฐานทันที ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอความเสียหาย กล้องวงจรปิด พยานบุคคล และใบเสร็จหรือใบประเมินค่าซ่อม/ค่าทรัพย์ที่เสียหาย จากนั้นเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในกำหนดอายุความร้องทุกข์ 3 เดือน หากทราบตัวผู้กระทำและมีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน การดำเนินคดีจะง่ายขึ้น ทั้งนี้ผู้เสียหายเลือกได้ว่าจะให้พนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาให้ หรือจะฟ้องคดีอาญาเองต่อศาล และสามารถเรียกค่าเสียหายทางแพ่งควบคู่ไปได้ ผลของคดีขึ้นกับพยานหลักฐาน ไม่มีใครรับประกันผลคดีได้ แต่การเตรียมหลักฐานที่ดีช่วยเพิ่มโอกาส
สำหรับผู้ประกอบการ การถูกทำลายทรัพย์สิน เช่น ป้ายร้าน สินค้า อุปกรณ์ หรือยานพาหนะ อาจเกิดจากความขัดแย้งทางธุรกิจ ลูกจ้างที่ไม่พอใจ หรือคู่แข่ง การติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุม ทำระบบบันทึกทรัพย์สินและมูลค่า และมีสัญญาจ้างที่ระบุความรับผิดของพนักงานต่อทรัพย์สินบริษัทให้ชัด ช่วยทั้งการป้องกันและการเรียกค่าเสียหายภายหลัง หากความเสียหายเกิดจากลูกจ้าง อาจเชื่อมโยงกับความผิดฐานอื่น เช่น ยักยอกหรือทำให้เสียทรัพย์ในคราวเดียวกัน การวางระบบเอกสารและหลักฐานในองค์กรจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินของกิจการ
ตามมาตรา 358 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้หากเข้าเหตุที่กฎหมายกำหนดให้โทษหนักขึ้น เช่น ทรัพย์เพื่อสาธารณประโยชน์ โทษก็จะสูงกว่านี้
ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ต้องกระทำโดยเจตนา หากทำเสียหายโดยประมาทไม่ตั้งใจ ไม่เป็นความผิดอาญาฐานนี้ แต่ผู้ทำอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งจากการละเมิดได้
เนื่องจากเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด หากพ้นกำหนดสิทธิร้องทุกข์อาจขาดอายุความ จึงควรรีบเก็บหลักฐานและแจ้งความ
ได้ นอกจากดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากการละเมิด เช่น ค่าซ่อม ค่าทรัพย์ที่เสียหาย และค่าขาดประโยชน์ โดยฟ้องแพ่งควบคู่หรือเรียกในคดีอาญาก็ได้ตามกรณี
ทรัพย์สินถูกทำลายหรือถูกกล่าวหาว่าทำให้เสียทรัพย์ ควรวางรูปคดีและหลักฐานให้ครบทั้งอาญาและแพ่ง เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอาญาและธุรกิจของเราช่วยแจ้งความ ดำเนินคดี และเรียกค่าเสียหาย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor