สำหรับทายาทที่อยู่ต่างประเทศ อุปสรรคของการจัดการมรดกที่ไทยแทบไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่อง เอกสารหนึ่งใบ ที่ชื่อว่าหนังสือมอบอำนาจ เพราะถ้าทำถูกต้อง คุณแทบไม่ต้องบินกลับมาเลย แต่ถ้าทำผิดขั้นตอน เอกสารจะถูกตีกลับ ต้องส่งไปมาข้ามประเทศ เสียเวลาเป็นเดือนและเสียค่าส่งซ้ำหลายรอบ
บทความนี้จะอธิบายวิธีทำให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
ทายาทที่อยู่ต่างประเทศมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ในหลายเรื่อง เช่น ให้ความยินยอมในการตั้งผู้จัดการมรดก ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาล ติดต่อธนาคารเพื่อจัดการบัญชีของผู้ตาย จดทะเบียนรับโอนที่ดินมรดกที่สำนักงานที่ดิน หรือรับเงินและทรัพย์สินส่วนแบ่งของตน
ผู้รับมอบอำนาจอาจเป็นญาติที่อยู่ในไทยซึ่งไว้ใจได้ หรือทนายความที่ดูแลคดีให้ ทั้งนี้ควรเลือกคนที่ติดต่อได้สะดวกและเข้าใจขั้นตอน เพราะบางหน่วยงานอาจขอเอกสารเพิ่มเติมระหว่างทาง
เอกสารที่ลงนามในต่างประเทศ หน่วยงานไทยจะไม่รับทันที เพราะไม่มีทางตรวจสอบได้ว่าผู้ลงนามเป็นตัวจริง ขั้นตอนที่ต้องทำโดยทั่วไปมีดังนี้
ขั้นแรก ลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับรอง ซึ่งอาจเป็นโนตารีพับลิกในประเทศที่คุณอยู่ หรือเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น การลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยมักเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะรวบขั้นตอนรับรองไว้ในคราวเดียว
ขั้นที่สอง ผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสาร หากลงนามต่อหน้าโนตารีพับลิกในต่างประเทศ โดยทั่วไปต้องนำเอกสารไปผ่านการรับรองต่อตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ใช้ในราชอาณาจักรไทยได้
ขั้นที่สาม แปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปล หากเอกสารทำเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องแปลเป็นไทยโดยผู้แปลที่น่าเชื่อถือและผ่านการรับรองคำแปลตามหลักเกณฑ์ จึงจะใช้ประกอบการดำเนินการในไทยได้
จากประสบการณ์ทำคดีให้ทายาทที่อยู่ต่างประเทศ ปัญหาที่พบซ้ำ ๆ มีสี่เรื่อง
เรื่องแรก ระบุขอบเขตอำนาจไม่ครอบคลุม เช่น มอบอำนาจให้ยื่นคำร้องต่อศาลอย่างเดียว แต่ไม่ได้ระบุให้ติดต่อธนาคารหรือจดทะเบียนที่ดิน ทำให้ต้องส่งเอกสารใหม่อีกรอบ ทางแก้คือให้ทนายร่างขอบเขตอำนาจให้ครอบคลุมงานที่จะทำจริงตั้งแต่แรก
เรื่องที่สอง ใช้แบบฟอร์มทั่วไปที่ดาวน์โหลดมา ซึ่งมักไม่เหมาะกับงานคดีมรดกและใช้ถ้อยคำที่หน่วยงานไม่รับ
เรื่องที่สาม ลงนามไปก่อนแล้วค่อยไปรับรองภายหลัง ทั้งที่โดยหลักต้องลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้รับรอง มิฉะนั้นการรับรองจะไม่สมบูรณ์
เรื่องที่สี่ เอกสารประกอบไม่ครบ เช่น ไม่ได้แนบสำเนาหนังสือเดินทางที่รับรองแล้ว หรือชื่อสะกดในหนังสือมอบอำนาจไม่ตรงกับชื่อในเอกสารไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในกรณีที่ทายาทใช้ชื่อภาษาอังกฤษหรือเปลี่ยนนามสกุลหลังสมรสในต่างประเทศ
สิ่งที่เราแนะนำลูกความเสมอคือ ให้ทนายในไทยร่างหนังสือมอบอำนาจส่งไปให้ก่อน อย่าเพิ่งเขียนเอง เพราะทนายจะรู้ว่าหน่วยงานปลายทางต้องการถ้อยคำแบบใด จากนั้นนำร่างนั้นไปลงนามและรับรองตามขั้นตอน วิธีนี้ลดโอกาสตีกลับได้มากที่สุด
อีกเคล็ดลับคือ ทำหนังสือมอบอำนาจหลายฉบับในคราวเดียว เผื่อไว้สำหรับแต่ละหน่วยงาน เช่น ฉบับสำหรับศาล ฉบับสำหรับธนาคาร และฉบับสำหรับสำนักงานที่ดิน เพราะบางหน่วยงานเก็บต้นฉบับไว้ การเตรียมเผื่อตั้งแต่แรกช่วยไม่ให้ต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งหมด
และหากเอกสารของคุณเป็นภาษาจีนหรือภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษ ควรใช้ทีมที่ทำงานได้หลายภาษาเพื่อให้คำแปลตรงกับถ้อยคำทางกฎหมายไทย ซึ่งเป็นจุดที่คำแปลผิดเพียงคำเดียวอาจทำให้เอกสารใช้ไม่ได้ (อ่านเพิ่มในบทความเรื่องทายาทอยู่จีน ฮ่องกง ไต้หวัน)
ถาม: มอบอำนาจแล้วยังต้องบินกลับไทยไหม
ตอบ: ในหลายกรณีไม่ต้อง หากเอกสารครบถ้วนและมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ทุกขั้น แต่หากคุณเป็นผู้ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเอง อาจต้องพิจารณาแนวทางกับทนายเป็นรายกรณี
ถาม: มอบอำนาจให้ญาติ แล้วกลัวเขาเอาทรัพย์ไป ทำอย่างไร
ตอบ: ควรจำกัดขอบเขตอำนาจให้ชัดเจนเฉพาะเรื่องที่จำเป็น เช่น ให้ดำเนินการทางเอกสารได้แต่ไม่ให้มีอำนาจรับเงินหรือขายทรัพย์ และอาจเลือกมอบอำนาจให้ทนายซึ่งมีความรับผิดทางวิชาชีพแทน
ถาม: หนังสือมอบอำนาจมีอายุไหม
ตอบ: โดยทั่วไปมีผลจนกว่าจะดำเนินการเสร็จหรือถูกเพิกถอน แต่บางหน่วยงานอาจกำหนดเงื่อนไขเรื่องความใหม่ของเอกสาร จึงควรสอบถามล่วงหน้าและไม่ควรทำทิ้งไว้นานเกินไปก่อนใช้
บริการเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์ สำหรับจ้าง ทนายความคดีมรดก
อยู่ไกลแค่ไหนก็ดูแลครอบครัวได้ ขอเพียงเอกสารใบเดียวนั้นถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก