ทายาทอยู่จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน จัดการมรดกที่ไทยต้องใช้เอกสารอะไร

ทายาทอยู่จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน จัดการมรดกที่ไทยต้องใช้เอกสารอะไร

ครอบครัวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากมีสายสัมพันธ์ที่ทอดข้ามพรมแดน ญาติพี่น้องบางส่วนยังอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง หรือไต้หวัน บางครั้งเจ้ามรดกเองก็ใช้ชีวิตอยู่ทั้งสองฝั่ง เมื่อถึงคราวต้องจัดการมรดกที่มีทรัพย์สินอยู่ในเมืองไทย แต่ทายาทกระจายอยู่คนละประเทศคนละภาษา ความยุ่งยากก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

หลักการพื้นฐานยังเหมือนเดิม

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ไม่ว่าทายาทจะอยู่ที่ใดในโลก หากทรัพย์มรดกอยู่ในประเทศไทย การจัดการก็ยังต้องดำเนินตามกฎหมายไทย นั่นคือ ต้องมีการตั้งผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลไทยเสียก่อน จึงจะจัดการโอนหรือแบ่งทรัพย์ในไทยได้ (อ่านหลักการตั้งผู้จัดการมรดกในบทความเรื่องพ่อเพิ่งเสีย บ้านยังติดชื่อพ่อ) การที่ทายาทอยู่ต่างประเทศไม่ได้เปลี่ยนหลักการนี้ เพียงแต่เพิ่มขั้นตอนเรื่องเอกสารข้ามประเทศเข้ามา

หัวใจอยู่ที่การรับรองและการแปลเอกสาร

ความท้าทายหลักของการจัดการมรดกข้ามประเทศ ไม่ใช่ตัวกฎหมาย แต่เป็นเรื่องเอกสารที่มาจากต่างประเทศและอยู่ในภาษาที่ไม่ใช่ภาษาไทย เอกสารเหล่านี้ศาลไทยและหน่วยงานไทยจะรับได้ก็ต่อเมื่อผ่านการรับรองและแปลอย่างถูกต้อง

สำหรับทายาทที่อยู่ต่างประเทศและไม่สามารถเดินทางมาไทยได้ มักต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ญาติหรือทนายในไทยดำเนินการแทน โดยหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามในต่างประเทศ ควรลงนามต่อหน้าโนตารีพับลิก และผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารให้ถูกต้องเพื่อให้ใช้ในไทยได้ ส่วนเอกสารสำคัญอื่น เช่น หนังสือแสดงความยินยอม เอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาท หรือใบมรณบัตรที่ออกในต่างประเทศ ก็ต้องผ่านขั้นตอนการรับรองและแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่น่าเชื่อถือเช่นกัน

เมื่อเอกสารต้นฉบับเป็นภาษาจีน ไม่ว่าจะเป็นตัวเต็มหรือตัวย่อ การแปลให้ถูกต้องและสอดคล้องกับถ้อยคำทางกฎหมายไทยเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เอกสารถูกตีกลับ เสียเวลาส่งไปมาระหว่างประเทศเป็นเดือน

ทำไมทีมกฎหมายที่ใช้ได้สามภาษาจึงสำคัญ

เมื่อทายาทกระจายอยู่หลายประเทศ เอกสารที่เกี่ยวข้องก็มักปนกันหลายภาษา หนังสือยินยอมของทายาทที่อยู่จีนอาจเป็นภาษาจีน หนังสือมอบอำนาจของทายาทที่อยู่ประเทศอื่นเป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่กระบวนการในศาลและหน่วยงานไทยใช้ภาษาไทย การประสานงานให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและจัดทำเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน จึงต้องอาศัยความสามารถด้านภาษาควบคู่กับความรู้กฎหมาย

จุดนี้เองที่การมีทีมกฎหมายซึ่งทำงานได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารตีกลับ ทำให้การสื่อสารกับทายาทที่อยู่คนละประเทศราบรื่น และช่วยให้ครอบครัวไทย-จีนที่มีญาติอยู่จีน ฮ่องกง หรือไต้หวัน จัดการมรดกได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกำแพงภาษา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ทายาททุกคนอยู่ต่างประเทศ ยังตั้งผู้จัดการมรดกในไทยได้ไหม

ตอบ: ได้ โดยอาจมอบอำนาจให้ทนายหรือผู้ที่ไว้ใจในไทยดำเนินการ และการที่ทายาทอยู่นอกประเทศยังเป็นเหตุหนึ่งที่กฎหมายให้ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ (อ่านเพิ่มในบทความเรื่องทายาทอยู่ต่างประเทศ)

ถาม: เอกสารภาษาจีนต้องแปลโดยใครถึงจะใช้ได้

ตอบ: ควรแปลโดยผู้แปลที่น่าเชื่อถือและผ่านการรับรองคำแปลตามที่หน่วยงานกำหนด เพื่อให้ศาลและหน่วยงานไทยยอมรับ การใช้ผู้ที่เข้าใจศัพท์กฎหมายทั้งสองภาษาช่วยลดข้อผิดพลาด

ถาม: ใช้เวลานานกว่ากรณีทั่วไปมากไหม

ตอบ: มักใช้เวลามากกว่าเล็กน้อยเพราะต้องรอการรับรองและส่งเอกสารข้ามประเทศ แต่หากเตรียมเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่แรก ก็ช่วยลดการตีกลับและประหยัดเวลาได้มาก

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับจัดการมรดกที่มีทายาทและเอกสารหลายภาษา ไทย อังกฤษ จีน เข้าใจครอบครัวข้ามประเทศ
LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
สายเลือดไม่มีพรมแดน และมรดกของครอบครัวก็ไม่ควรติดอยู่ที่กำแพงภาษา ขอเพียงจัดการให้ถูกวิธี ระยะทางก็ไม่ใช่อุปสรรค
Scroll