เมื่ออากงอาม่าเริ่มคิดถึงการส่งต่อทรัพย์ตระกูลให้รุ่นต่อไป คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ ควรโอนทรัพย์ให้ลูกหลานตั้งแต่ตอนนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือควรเก็บไว้แล้วทำพินัยกรรมให้ตกทอดเป็นมรดกหลังจากจากไป ทั้งสองทางมีข้อดีข้อเสียต่างกัน และการเลือกผิดอาจนำมาซึ่งปัญหาทั้งเรื่องอำนาจ ภาษี และความสัมพันธ์ในครอบครัว บทความนี้จะเทียบให้เห็นภาพ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ
การโอนทรัพย์ให้ลูกหลานตั้งแต่ยังมีชีวิต มีข้อดีคือเห็นผลทันที ได้เห็นลูกหลานใช้ประโยชน์จากทรัพย์ และตัดปัญหาการแย่งชิงหลังจากจากไป เพราะทรัพย์เปลี่ยนมือไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังไม่ต้องผ่านกระบวนการตั้งผู้จัดการมรดกในภายหลังสำหรับทรัพย์ที่โอนไปแล้ว
แต่ข้อเสียก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างแรกคือ การสูญเสียอำนาจควบคุม เมื่อโอนทรัพย์ไปแล้ว ทรัพย์นั้นก็เป็นของผู้รับโดยสมบูรณ์ หากความสัมพันธ์เปลี่ยนไปหรือผู้รับนำทรัพย์ไปจัดการในทางที่ไม่เหมาะสม ผู้ให้มักเรียกคืนได้ยาก อย่างที่สองคือเรื่อง ภาษีการให้ เพราะการให้ทรัพย์ระหว่างมีชีวิตในมูลค่าสูงอาจต้องเสียภาษีการรับให้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และอย่างที่สามคือ หากโอนให้ลูกบางคนไม่เท่ากัน อาจกลายเป็นชนวนความน้อยใจหรือข้อพิพาทระหว่างพี่น้องได้เช่นกัน
การเก็บทรัพย์ไว้กับตัวแล้วทำพินัยกรรม มีข้อดีที่ชัดเจนคือ ผู้เป็นเจ้าของยังคงมีอำนาจควบคุมทรัพย์เต็มที่ตลอดชีวิต สามารถใช้ จัดการ หรือแม้แต่เปลี่ยนใจแก้ไขพินัยกรรมได้ตลอดเวลา ทรัพย์จึงยังเป็นหลักประกันความมั่นคงของผู้สูงอายุเอง อีกทั้งพินัยกรรมยังกำหนดได้ละเอียดว่าใครได้อะไร ช่วยจัดสรรตามความเหมาะสมและความตั้งใจได้ดี
ข้อควรพิจารณาคือ เมื่อถึงคราวส่งต่อจริง ทรัพย์ที่เป็นมรดกต้องผ่านกระบวนการจัดการมรดก เช่น การตั้งผู้จัดการมรดก และหากกองมรดกมีมูลค่าสูงมากก็อาจเข้าข่ายภาษีการรับมรดกในส่วนที่เกินเกณฑ์ (อ่านรายละเอียดในบทความเรื่องภาษีมรดก) นอกจากนี้ หากพินัยกรรมทำไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจน ก็ยังเปิดช่องให้เกิดข้อโต้แย้งได้ การทำพินัยกรรมให้ถูกแบบและรัดกุมจึงสำคัญ (อ่านวิธีทำในบทความเรื่องวิธีทำพินัยกรรม)
ความจริงคือ ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกครอบครัว การเลือกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุและสุขภาพของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ ความไว้ใจระหว่างคนในครอบครัว ลักษณะและมูลค่าของทรัพย์ ความจำเป็นต้องรักษาอำนาจควบคุมกิจการ และภาระภาษีในแต่ละทาง
ในหลายกรณี ทางออกที่ดีที่สุดไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแบบสุดโต่ง แต่เป็นการ ผสมผสาน เช่น โอนทรัพย์บางส่วนที่เหมาะจะส่งต่อทันทีให้ลูกหลาน ขณะที่เก็บทรัพย์หลักและอำนาจควบคุมกิจการไว้แล้วกำหนดการส่งต่อผ่านพินัยกรรมและโครงสร้างการถือหุ้น การวางแผนแบบผสมผสานที่ออกแบบเฉพาะครอบครัว ช่วยให้ได้ทั้งความมั่นคงของผู้ใหญ่ ความเป็นธรรมระหว่างลูกหลาน และประสิทธิภาพด้านภาษี ซึ่งควรปรึกษาทนายและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อออกแบบให้เหมาะสม
ถาม: โอนให้ลูกตอนนี้ ประหยัดภาษีกว่าปล่อยเป็นมรดกไหม
ตอบ: ไม่เสมอไป เพราะการให้ระหว่างมีชีวิตมีภาษีการรับให้ ส่วนมรดกมีภาษีการรับมรดกที่เก็บเฉพาะส่วนเกินเกณฑ์สูง การเปรียบเทียบต้องดูมูลค่าและความสัมพันธ์ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริง
ถาม: โอนกงสีให้ลูกคนเดียวไปเลยตอนมีชีวิต ลูกคนอื่นค้านได้ไหม
ตอบ: การให้ระหว่างมีชีวิตโดยหลักเป็นสิทธิของเจ้าของทรัพย์ แต่หากทำเพื่อกลั่นแกล้งหรือมีเจตนาไม่สุจริตกระทบสิทธิผู้อื่น ก็อาจมีประเด็นโต้แย้งได้ในบางกรณี ควรปรึกษาทนายก่อนดำเนินการ
ถาม: อยากรักษาอำนาจบริหารกิจการไว้ ควรเลือกทางไหน
ตอบ: หากต้องการรักษาอำนาจควบคุม การเก็บทรัพย์หรือหุ้นหลักไว้แล้ววางแผนส่งต่อผ่านพินัยกรรมและโครงสร้างการถือหุ้น มักตอบโจทย์กว่าการโอนขาดทันที ควรออกแบบโครงสร้างร่วมกับทนาย
ส่งต่อเร็วไปก็เสี่ยงสูญอำนาจ ช้าไปก็เสี่ยงข้อพิพาท ทางที่ดีที่สุดคือวางแผนไว้ตั้งแต่วันที่ยังเลือกได้ด้วยใจที่สงบ