เซ็นสัญญายอมความแล้วไม่จ่าย ฟ้องหนี้เดิมได้ไหม

เซ็นสัญญายอมความแล้วไม่จ่าย ฟ้องหนี้เดิมได้ไหม

เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · ตรวจข้อมูล 14 ตุลาคม 2569

เคยตกลงลดหนี้เพื่อให้คู่ค้าผ่อนชำระและเซ็นเอกสารยุติข้อพิพาทไปแล้ว แต่จ่ายได้เพียงงวดแรกก็เงียบ เจ้าหนี้จึงอยากกลับไปฟ้องยอดเดิมทั้งหมด คำตอบอยู่ที่ข้อตกลงที่เซ็นและสถานะคดี ไม่ได้อยู่ที่ชื่อเอกสารว่าเป็นหนังสือยอมรับหนี้หรือสัญญายอมความเพียงอย่างเดียว

ถ้าเอกสารเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความจริง ข้อเรียกร้องที่แต่ละฝ่ายยอมสละย่อมระงับตามมาตรา 852 และเกิดสิทธิตามสัญญานั้น การผิดนัดจึงไม่ได้ทำให้ยอดหนี้เดิมที่สละไปกลับมาทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจเงื่อนไขลดหนี้ ผลของการผิดนัด และว่ามีคำพิพากษาตามยอมแล้วหรือยัง ก่อนเลือกฟ้องตามสัญญาใหม่หรือดำเนินการในคดีเดิม

กรณีของใครบ้างที่เข้าข่าย

  • เจ้าหนี้กับลูกหนี้ต่างยอมผ่อนผันเพื่อจบข้อพิพาท เช่น ปรับยอดที่โต้แย้ง แลกกับกำหนดจ่ายที่ตกลงร่วมกัน
  • ทำข้อตกลงนอกศาลแล้วอีกฝ่ายไม่จ่าย หรือเคยถอนฟ้องโดยตกลงกันเอง ต้องตรวจว่าเอกสารและคำสั่งศาลมีผลอย่างไร
  • ศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้วแต่ลูกหนี้ผิดนัด ต้องอ่านคำพิพากษาควบคู่สัญญา ไม่เริ่มฟ้องเรื่องเดิมซ้ำโดยยังไม่ตรวจ
  • การรับสภาพหนี้หรือขอผ่อนชำระอย่างเดียวอาจไม่ใช่ประนีประนอมยอมความ หากไม่มีข้อพิพาทและการยอมผ่อนผันให้กัน ต้องแยกตามเนื้อหาจริง

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. รวบรวมข้อตกลงทุกหน้า รวมเอกสารแนบและฉบับแก้ไข ถ้ามีคดีให้ขอสำเนาคำพิพากษา คำสั่งถอนฟ้อง หรือรายงานกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้อง อย่าใช้แค่ภาพหน้าลายเซ็นตัดสินว่าบังคับอย่างไร
  2. ทำตารางงวดเงิน ระบุวันครบกำหนด ยอดที่จ่ายจริง วันที่รับ และยอดคงเหลือ เทียบเงื่อนไขว่าขาดงวดเดียวทำให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดหรือไม่ ห้ามเติมเงื่อนไขเร่งรัดหนี้ที่สัญญาไม่ได้เขียน
  3. แยกรายการสิทธิที่สละไปแล้ว สิทธิที่ยังสงวน และส่วนลดที่มีเงื่อนไข เช่น ลดเมื่อจ่ายครบตรงเวลา ถ้อยคำต่างกันมีผลต่อยอดเรียก จึงต้องอ่านทั้งฉบับ รวมข้อความว่าไม่ติดใจเรียกร้องอีก
  4. ตรวจว่าต้องบอกกล่าวก่อนใช้สิทธิหรือไม่ และต้องส่งไปช่องทางใด เก็บหลักฐานส่งและรับ หากจะยอมรับเงินล่าช้าหรือให้เลื่อนงวด ให้บันทึกขอบเขตการผ่อนผันเพื่อไม่ให้ต้องถกเถียงภายหลังว่าแก้สัญญาแล้วหรือยัง
  5. แยกเส้นทางดำเนินการ: ข้อตกลงนอกศาลที่ไม่มีคำพิพากษาต้องตรวจสิทธิฟ้องตามข้อตกลง ส่วนกรณีมีคำพิพากษาตามยอมให้ทนายตรวจเงื่อนไขบังคับคดีในสำนวนเดิมก่อน การมีลายเซ็นลูกหนี้ยังไม่ใช่คำสั่งให้ยึดทรัพย์
  6. ตรวจผู้ลงนาม ผู้ค้ำและหลักประกันแยกแต่ละราย พร้อมวันเริ่มนับอายุความ หากเสนอทำสัญญารอบใหม่ อย่ารีบปลดหลักประกันหรือรับว่าได้เงินครบก่อนเงินเข้าจริง

ชื่อเอกสารไม่ตัดสินว่าหนี้เก่าระงับหรือไม่

มาตรา 850 วางหลักประนีประนอมยอมความว่าเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้น โดยคู่สัญญาต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงต้องอ่านว่าเดิมพิพาทอะไร และแต่ละฝ่ายยอมเรื่องใด ไม่ใช่เห็นคำว่าแบ่งจ่ายก็จัดเป็นสัญญายอมความทั้งหมด

มาตรา 851 ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนเพื่อฟ้องบังคับตามสัญญาประนีประนอม ส่วนมาตรา 852 ทำให้ข้อเรียกร้องที่ยอมสละระงับและเกิดสิทธิตามข้อตกลงใหม่ การนำใบแจ้งหนี้เก่ามารวมยอดอีกครั้งโดยไม่หักสิทธิที่สละจึงเสี่ยงตั้งข้อเรียกร้องผิด

ตัวอย่างสมมติ: ถ้าเขียนว่าตกลงยุติยอดพิพาทด้วยเงินจำนวนใหม่ ต้องเริ่มตรวจจากจำนวนใหม่นั้น แต่ถ้าเขียนส่วนลดมีผลเฉพาะเมื่อจ่ายครบตามกำหนด ต้องตรวจว่าเงื่อนไขนั้นใช้ได้และเกิดขึ้นหรือไม่ ทั้งสองแบบไม่ควรถูกตีความว่าเหมือนกัน และไม่ควรคัดลอกข้อความคืนยอดเดิมไปใช้โดยไม่ตรวจเบี้ยปรับหรือความรับผิดที่เกี่ยวข้อง

อย่ารวมประเด็นหนี้กับคดีอาญาเข้าด้วยกันเอง หากเอกสารมีข้อความถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือสละสิทธิหลายเรื่อง ให้ตรวจผลของแต่ละข้อความก่อน เพราะการทำข้อตกลงทางแพ่งไม่ได้ทำให้คดีอาญาทุกประเภทสิ้นสุด

เอกสารที่ควรเตรียม

  • เอกสารคู่สัญญา: หลักฐานตัวบุคคล หนังสือรับรองบริษัทและอำนาจลงนาม ใช้ตรวจว่าใครผูกพันตามข้อตกลง ไม่เหมาว่ากรรมการต้องรับผิดส่วนตัว
  • เอกสารหนี้: สัญญาเดิม ใบแจ้งหนี้ ข้อตกลงยอมความ ตารางผ่อน และ statement ใช้ตรวจยอดใหม่กับเงินที่จ่ายแล้ว
  • เอกสารหลักประกันและทรัพย์: สัญญาค้ำ จำนองหรือหลักประกันอื่น พร้อมบันทึกปลดหรือเปลี่ยนเงื่อนไข ใช้ตรวจว่ายังบังคับกับใครได้บ้าง
  • เอกสารข้อพิพาท: คำพิพากษา คำสั่งศาล หนังสือทวงถามและหลักฐานรับ ใช้เลือกเส้นทางฟ้องหรือบังคับคดี หากคู่สัญญาเสียชีวิตจึงเพิ่มเอกสารเจ้ามรดกและผู้มีอำนาจจัดการมรดก

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

มาตรา 193/32 กำหนดอายุความสิบปีสำหรับสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ต้องยืนยันก่อนว่าเอกสารเข้าลักษณะนั้น และตรวจวันเริ่มบังคับสิทธิแต่ละส่วนตามมาตรา 193/12 การบังคับตามคำพิพากษามีกติกาทางวิธีพิจารณาที่ต้องตรวจแยก อย่านำตัวเลขสิบปีไปคำนวณวันสุดท้ายเองโดยไม่ดูงวดหนี้และสำนวน

เวลาขึ้นกับเอกสารที่มี การโต้แย้งยอด และทรัพย์ที่สามารถบังคับได้ การมีข้อตกลงไม่ได้รับรองว่าจะเก็บเงินได้เร็ว ค่าธรรมเนียมศาลหรือบังคับคดี ค่าใช้จ่ายตรวจเอกสารหรือทรัพย์ และค่าทนายเป็นคนละส่วน ควรประเมินขอบเขตงานจากเอกสารจริง ไม่ตั้งงบจากยอดหนี้อย่างเดียว

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียสิทธิหรือเกิดข้อพิพาทเพิ่ม

  • ฟ้องยอดเดิมทั้งหมดโดยไม่อ่านข้อสละสิทธิ ทำให้ประเด็นเรียกร้องคลาดเคลื่อน
  • คิดว่าพยานเซ็นหรือเจ้าหน้าที่รับรู้ เท่ากับมีคำพิพากษาให้บังคับคดีแล้ว
  • รับเงินพร้อมเซ็นข้อความปิดหนี้ทั้งหมด ทั้งที่ตั้งใจรับเพียงบางงวด
  • ทำข้อตกลงเลื่อนจ่ายซ้ำโดยไม่ตรวจผลต่อผู้ค้ำ หลักประกัน และกำหนดใช้สิทธิ

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายตรวจทันทีเมื่อมีคำพิพากษาหรือการถอนฟ้องแล้ว สัญญากำหนดยอดผิดนัดซับซ้อน คู่สัญญาไม่ใช่ผู้ลงชื่อเดิม มีผู้ค้ำหลายคน หรืออีกฝ่ายกำลังโอนทรัพย์ เพราะต้องเลือกข้อเรียกร้องและมาตรการที่มีฐานจริง ไม่ใช่ส่งหนังสือทวงยอดเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายแยกประเภทข้อตกลง ตรวจสิทธิที่สละและยอดที่ยังบังคับได้ คำนวณเงินรับชำระจากเอกสาร ร่างหนังสือบอกกล่าว และประเมินฟ้องตามสัญญาหรือดำเนินการบังคับคดีเดิม รวมถึงตรวจหลักประกันก่อนเจรจารอบใหม่ได้

ขอบเขตงานของสำนักงานอยู่ในหน้า บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย ควรตกลงงานที่จะให้ดำเนินการและค่าบริการก่อนเริ่มงาน

คำถามที่พบบ่อย

ให้ผ่อนจ่ายทุกฉบับเป็นสัญญายอมความหรือไม่

ไม่เสมอไป ต้องมีองค์ประกอบเรื่องข้อพิพาทและการต่างยอมผ่อนผันตามมาตรา 850 บางฉบับเป็นเพียงรับสภาพหนี้หรือแก้กำหนดชำระ จึงต้องอ่านเนื้อหา ไม่ยึดชื่อหัวกระดาษ

ผิดนัดแล้วเรียกยอดทั้งหมดทันทีได้ไหม

ต้องตรวจว่าสัญญาให้หนี้ส่วนที่เหลือถึงกำหนดเมื่อใด ต้องบอกกล่าวก่อนหรือไม่ และมีการผ่อนผันภายหลังอย่างไร หากยังไม่ถึงเงื่อนไข ไม่ควรถือว่างวดอนาคตทั้งหมดค้างชำระแล้ว

บทความที่ช่วยตรวจเรื่องต่อเนื่อง

ภาพรวมการแยกประเด็นอยู่ใน คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026

ติดต่อไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม

ส่งคำว่า “ผิดสัญญายอมความ” พร้อมวันที่ทำข้อตกลงและแจ้งว่ามีคำพิพากษาแล้วหรือยัง ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

📚 แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (อ่านเพิ่มเติม)

ตรวจแหล่งอ้างอิงเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ไม่ได้อ้างเลขคำพิพากษาในบทความนี้

Scroll