เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2568 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของกฎหมายครอบครัวไทย คู่รักเพศเดียวกันที่รอคอยมานานหลายปี ในที่สุดก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่คำถามที่หลายคู่ยังสงสัยคือ เมื่อจดทะเบียนแล้ว ในเรื่องมรดก คู่รัก LGBTQ+ ได้สิทธิเท่าเทียมกับคู่สมรสชายหญิงทั่วไปจริงหรือไม่ คำตอบคือ ได้ และนี่คือหนึ่งในผลที่สำคัญที่สุดของกฎหมายฉบับนี้
ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าคู่รักเพศเดียวกันจะอยู่ด้วยกันนานเพียงใด กฎหมายไม่รับรองสถานะการสมรส ทำให้ทั้งคู่ไม่เป็นทายาทโดยธรรมของกันและกัน เมื่อฝ่ายหนึ่งจากไปโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม อีกฝ่ายจึงไม่มีสิทธิรับมรดกเลย แม้จะเป็นคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอด
กฎหมายสมรสเท่าเทียมเปลี่ยนภาพนี้ไปโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อคู่รักจดทะเบียนสมรสถูกต้องแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะมีสถานะเป็น คู่สมรสตามกฎหมาย ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของกันและกัน มีสิทธิรับมรดกของคู่ของตนเช่นเดียวกับคู่สมรสชายหญิงทุกประการ
เมื่อเป็นคู่สมรสตามกฎหมายแล้ว คู่รักเพศเดียวกันย่อมได้รับสิทธิในเรื่องมรดกอย่างเต็มที่ ทั้งการเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกเมื่อคู่ของตนเสียชีวิตโดยไม่มีพินัยกรรม การได้รับส่วนแบ่งมรดกตามหลักในมาตรา 1635 เช่นเดียวกับคู่สมรสทั่วไป คือหากมีทายาทอื่นร่วมด้วยก็แบ่งตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด และการมีสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างสมรส ซึ่งเมื่อฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต อีกฝ่ายได้ครึ่งหนึ่งในฐานะเจ้าของสินสมรสก่อนการแบ่งมรดก
พูดง่าย ๆ คือ หลักการแบ่งมรดกที่ใช้กับคู่สมรสชายหญิง ก็นำมาใช้กับคู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนแล้วอย่างเท่าเทียม (อ่านรายละเอียดการคำนวณส่วนแบ่งในบทความเรื่องสามีเสีย ภรรยาได้มรดกกี่ส่วน ซึ่งใช้หลักเดียวกัน)
จุดที่ต้องเน้นย้ำคือ สิทธิเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อ จดทะเบียนสมรส แล้วเท่านั้น คู่รักที่ยังไม่ได้จดทะเบียน แม้กฎหมายจะเปิดทางให้จดได้แล้ว ก็ยังไม่มีสถานะเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย และยังไม่เป็นทายาทของกันและกัน
ดังนั้นสำหรับคู่ที่ยังไม่พร้อมจดทะเบียน หรืออยู่ระหว่างตัดสินใจ การทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้กันไว้ยังคงเป็นเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อคุ้มครองคนที่รักในระหว่างที่ยังไม่ได้จดทะเบียน (อ่านเพิ่มในบทความเรื่องคู่รักยังไม่จดทะเบียน ควรทำพินัยกรรมไหม) ทางที่มั่นคงที่สุดคือการพิจารณาทั้งการจดทะเบียนและการวางแผนมรดกควบคู่กัน
ถาม: จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมแล้ว ต้องทำอะไรเพิ่มเพื่อให้ได้สิทธิมรดก
ตอบ: เมื่อจดทะเบียนแล้วจะเป็นทายาทโดยธรรมโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องทำเอกสารเพิ่มเพื่อให้ได้สิทธินี้ แต่การทำพินัยกรรมเสริมจะช่วยระบุชัดว่าทรัพย์ใดยกให้ใคร และลดข้อขัดแย้งกับญาติได้
ถาม: ญาติของคู่สมรสจะมาค้านสิทธิเราได้ไหม
ตอบ: เมื่อเป็นคู่สมรสตามกฎหมายแล้ว สิทธิรับมรดกได้รับการรับรองเช่นเดียวกับคู่สมรสทั่วไป ญาติไม่อาจปฏิเสธสถานะคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องได้
ถาม: ทรัพย์ที่มีก่อนจดทะเบียน ถือเป็นสินสมรสไหม
ตอบ: โดยหลักทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรสเป็นสินส่วนตัว ส่วนทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรส หลักนี้ใช้เหมือนกับคู่สมรสทั่วไป ควรตรวจสอบที่มาของทรัพย์เป็นรายกรณี
ความเท่าเทียมที่กฎหมายมอบให้ จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเราลงมือใช้สิทธินั้น จดทะเบียนและวางแผนไว้ เพื่อให้ความรักได้รับการคุ้มครองอย่างที่ควรเป็น