เขาเป็นลูกที่พ่อรักและเลี้ยงดูมากับมือ ส่งเสียให้เรียนหนังสือ พาไปไหนมาไหนแนะนำกับทุกคนว่า "นี่ลูกฉัน" ใช้นามสกุลเดียวกัน เพียงแต่พ่อกับแม่ไม่เคยจดทะเบียนสมรสกัน และพ่อก็ไม่เคยไปจดทะเบียนรับรองบุตรอย่างเป็นทางการ เมื่อพ่อจากไป ญาติบางคนเริ่มพูดว่าเขา "ไม่ใช่ลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย" จึงไม่มีสิทธิรับมรดก คำพูดนี้จริงหรือไม่
คำตอบคือ ไม่จริงเสมอไป และนี่คือเรื่องที่ลูกนอกสมรสหลายคนควรรู้ไว้เพื่อรักษาสิทธิของตน
ในทางกฎหมาย บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ถือเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอ แต่สำหรับบิดา เด็กจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อมีการรับรอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 วางหลักสำคัญว่า บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทำให้มีสิทธิรับมรดกของบิดาในฐานะทายาทโดยธรรมลำดับที่หนึ่ง
หัวใจจึงอยู่ที่คำว่า "รับรอง" ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไปจดทะเบียนรับรองบุตรที่อำเภอเท่านั้น
แม้พ่อจะไม่เคยไปจดทะเบียนรับรองบุตรอย่างเป็นทางการ แต่หากมีพฤติการณ์ที่แสดงออกอย่างเปิดเผยและต่อเนื่องว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของตน กฎหมายก็ถือได้ว่าเป็นการรับรองบุตรโดยพฤติการณ์
พฤติการณ์ที่ศาลมักรับฟัง ได้แก่ การให้เด็กใช้นามสกุลของพ่อ การส่งเสียเลี้ยงดูและให้การศึกษา การแสดงออกต่อญาติพี่น้องและบุคคลทั่วไปว่าเป็นลูก การให้อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันในฐานะบุตร การพาไปงานต่าง ๆ ในฐานะพ่อลูก รวมถึงหลักฐานอย่างรูปถ่าย ข้อความ หรือคำบอกเล่าของคนใกล้ชิด ยิ่งพฤติการณ์เหล่านี้ชัดเจนและต่อเนื่องมากเท่าไร โอกาสที่จะพิสูจน์ว่าเป็นบุตรที่บิดารับรองก็ยิ่งสูง
ดังนั้น ลูกที่พ่อเลี้ยงดูอย่างเปิดเผยมาตลอด แม้ไม่มีใบจดทะเบียนรับรองบุตร ก็อาจมีสิทธิรับมรดกได้เต็มที่เท่ากับลูกคนอื่น ๆ
หากทายาทคนอื่นปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเป็นลูก และไม่ยอมแบ่งมรดกให้ ลูกนอกสมรสที่เชื่อว่าตนมีสิทธิ สามารถดำเนินการทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความเป็นบุตรและเรียกร้องส่วนแบ่งได้ โดยรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องพฤติการณ์การรับรองให้ครบถ้วน และในบางกรณีการตรวจทางวิทยาศาสตร์ก็อาจนำมาใช้ประกอบ
สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องอายุความคดีมรดก ซึ่งโดยทั่วไปมีกรอบเวลาจำกัด (อ่านรายละเอียดในบทความเรื่องอายุความคดีมรดก) ดังนั้นเมื่อรู้ว่าสิทธิของตนถูกกระทบ ควรรีบปรึกษาทนายเพื่อไม่ให้เสียสิทธิไปเพราะปล่อยเวลานานเกินไป
ถาม: ใช้นามสกุลพ่ออย่างเดียว พอจะพิสูจน์ได้ไหม
ตอบ: การใช้นามสกุลเป็นพฤติการณ์หนึ่งที่มีน้ำหนัก แต่โดยทั่วไปศาลพิจารณาหลายพฤติการณ์ประกอบกัน เช่น การเลี้ยงดู การแสดงออกต่อสาธารณะ ยิ่งมีหลายอย่างประกอบยิ่งหนักแน่น
ถาม: พ่อเสียไปแล้ว จะพิสูจน์ความเป็นลูกได้อย่างไร
ตอบ: ยังพิสูจน์ได้ด้วยพยานบุคคล พยานเอกสาร และพฤติการณ์ต่าง ๆ ในบางกรณีอาจใช้การตรวจทางวิทยาศาสตร์กับญาติสายเลือดประกอบ ควรปรึกษาทนายเพื่อวางแนวทางรวบรวมหลักฐาน
ถาม: ลูกบุญธรรมกับลูกนอกสมรสที่พ่อรับรอง มีสิทธิเหมือนกันไหม
ตอบ: ทั้งคู่ถือเป็นผู้สืบสันดานตามมาตรา 1627 และมีสิทธิรับมรดกของผู้เป็นบิดาหรือผู้รับบุตรบุญธรรม แต่มีข้อแตกต่างในรายละเอียดบางเรื่อง เช่น สิทธิรับมรดกแทนที่ ซึ่งควรพิจารณาเป็นรายกรณี
ความเป็นลูก ไม่ได้วัดกันแค่ที่ใบทะเบียน แต่วัดกันที่ความจริงที่พ่อเลี้ยงดูมา และความจริงนั้นพิสูจน์ได้ในทางกฎหมาย