มรดกเกิน 100 ล้าน เสียภาษีมรดกเท่าไร วางแผนลดได้ไหม

มรดกเกิน 100 ล้าน เสียภาษีมรดกเท่าไร วางแผนลดได้ไหม

สำหรับครอบครัวที่มีทรัพย์สินมาก การส่งต่อมรดกไม่ได้จบแค่การแบ่งทรัพย์ให้ทายาท แต่ยังมีเรื่องภาษีการรับมรดกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลายคนได้ยินคำว่า "ภาษีมรดก" แล้วกังวลว่าทรัพย์ที่สะสมมาทั้งชีวิตจะถูกเก็บภาษีไปมาก ความจริงเป็นอย่างไร ใครต้องเสียบ้าง และวางแผนล่วงหน้าได้แค่ไหน บทความนี้อธิบายให้เข้าใจง่าย

ภาษีมรดกเริ่มเก็บเมื่อไร

ประเทศไทยเก็บภาษีการรับมรดกตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้นปี 2559 หลักสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ภาษีนี้ไม่ได้เก็บจากทุกคนและทุกกอง แต่เก็บเฉพาะเมื่อผู้รับมรดกได้รับทรัพย์จากเจ้ามรดกแต่ละราย รวมกันแล้ว มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท และเก็บภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น

หมายความว่า หากทายาทได้รับมรดกมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านบาท ก็ไม่ต้องเสียภาษีการรับมรดกเลย เกณฑ์นี้จึงกระทบเฉพาะกองมรดกขนาดใหญ่จริง ๆ

อัตราภาษีและผู้ที่ได้รับยกเว้น

สำหรับส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท อัตราภาษีขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับกับเจ้ามรดก หากผู้รับมรดกเป็น บุพการีหรือผู้สืบสันดาน คือพ่อแม่หรือลูกหลานของเจ้ามรดก จะเสียภาษีในอัตรา ร้อยละ 5 ของส่วนที่เกิน แต่หากผู้รับเป็นบุคคลอื่น จะเสียในอัตรา ร้อยละ 10 ของส่วนที่เกิน

มีข้อยกเว้นที่สำคัญคือ คู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีการรับมรดกเลย ไม่ว่าจะได้รับมูลค่าเท่าใด ดังนั้นทรัพย์ที่ตกทอดระหว่างสามีภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้อง จึงไม่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีนี้

ทรัพย์ประเภทใดที่อยู่ในข่าย

ภาษีการรับมรดกไม่ได้ครอบคลุมทรัพย์ทุกชนิด แต่เก็บจากทรัพย์สินบางประเภทที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ เงินฝากหรือเงินในสถาบันการเงิน ยานพาหนะที่จดทะเบียน และทรัพย์สินทางการเงินอื่นที่กำหนดเพิ่มเติม ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีคือผู้รับมรดก ซึ่งต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายวางไว้นับแต่ได้รับมรดก และกฎหมายยังเปิดให้ผ่อนชำระได้ในระยะเวลาหนึ่งหากมีเหตุจำเป็น

วางแผนล่วงหน้าได้อย่างถูกกฎหมาย

สำหรับครอบครัวที่มีทรัพย์สินมาก การวางแผนส่งต่อทรัพย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นเรื่องที่ทำได้และควรทำ โดยต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องตามกฎหมาย การวางแผนที่ดีไม่ได้มุ่งหลบเลี่ยงภาษี แต่เป็นการจัดโครงสร้างการถือครองและการส่งต่อทรัพย์ให้เหมาะสม คำนึงถึงทั้งภาษีการรับมรดกและภาษีการให้ในระหว่างมีชีวิต รวมถึงการทำพินัยกรรมให้ชัดเจนเพื่อลดข้อพิพาทในครอบครัว

เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวพันทั้งกฎหมายมรดก กฎหมายภาษี และโครงสร้างทรัพย์สินที่ซับซ้อน การปรึกษาทนายและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนเฉพาะกรณี จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับการรักษาทรัพย์ของครอบครัวให้ส่งต่อได้อย่างมั่นคงและถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ได้รับมรดก 80 ล้านบาท ต้องเสียภาษีมรดกไหม

ตอบ: ไม่ต้อง เพราะยังไม่เกินเกณฑ์ 100 ล้านบาทต่อการรับจากเจ้ามรดกหนึ่งราย ภาษีการรับมรดกเก็บเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านเท่านั้น

ถาม: ลูกได้รับที่ดินจากพ่อมูลค่า 150 ล้าน เสียภาษีเท่าไร

ตอบ: ในฐานะผู้สืบสันดาน เสียภาษีร้อยละ 5 ของส่วนที่เกิน 100 ล้าน คือคำนวณจาก 50 ล้านบาท เท่ากับประมาณ 2.5 ล้านบาท ทั้งนี้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณตามข้อเท็จจริงและประเภททรัพย์จริง

ถาม: โอนทรัพย์ให้ลูกตอนยังมีชีวิต จะเลี่ยงภาษีมรดกได้ไหม

ตอบ: การให้ทรัพย์ระหว่างมีชีวิตมีภาษีการรับให้ที่ต้องพิจารณาเช่นกัน จึงไม่ใช่การเลี่ยงได้ทั้งหมด การวางแผนควรดูภาพรวมทั้งสองภาษีและทำอย่างถูกกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับปรึกษาวางแผนมรดกและภาษีการรับมรดกสำหรับครอบครัวที่มีทรัพย์สินสูง รองรับเอกสารภาษาไทย อังกฤษ และจีน
LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
ทรัพย์ที่สะสมมาทั้งชีวิต ควรส่งต่อด้วยการวางแผน ไม่ใช่ปล่อยให้โชคชะตาและความไม่รู้เป็นผู้จัดการแทน
Scroll