พ่อเพิ่งเสีย บ้านยังติดชื่อพ่อ ต้องตั้งใครเป็น "ผู้จัดการมรดก" ก่อน

พ่อเพิ่งเสีย บ้านยังติดชื่อพ่อ ต้องตั้งใครเป็น

เย็นวันหนึ่งหลังงานศพผ่านไปได้ไม่กี่วัน ลูก ๆ สามคนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าวที่พ่อเคยนั่งหัวโต๊ะ มีคนเอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า "แล้วบ้านหลังนี้ ที่ดินที่ต่างจังหวัด กับเงินในบัญชีพ่อ เราจะทำยังไงกันต่อ" ทุกคนเงียบ เพราะไม่มีใครรู้ว่าต้องเริ่มตรงไหน

นี่คือฉากที่เกิดขึ้นในแทบทุกครอบครัว และคำตอบของมันมักเริ่มต้นที่คำเดียวกันเสมอ นั่นคือ "ผู้จัดการมรดก"

ทำไมทรัพย์ของพ่อถึงโอนไม่ได้ทันที

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อพ่อเสีย ทรัพย์สินก็ตกเป็นของลูกโดยอัตโนมัติ ในทางกฎหมายนั้นถูกครึ่งเดียว เพราะ กองมรดกตกทอดแก่ทายาททันทีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 ก็จริง แต่ "สิทธิ" กับ "การจัดการ" เป็นคนละเรื่องกัน

ปัญหาอยู่ตรงที่ในทางปฏิบัติ ไม่มีหน่วยงานไหนยอมให้คุณจัดการทรัพย์ในชื่อคนตายได้เอง

  • ธนาคารจะไม่ยอมให้ถอนเงินจากบัญชีของผู้ตาย จนกว่าจะเห็นคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
  • สำนักงานที่ดินจะไม่จดทะเบียนโอนที่ดินหรือบ้าน จนกว่าจะมีผู้จัดการมรดกมาดำเนินการ
  • กรมการขนส่ง ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกัน ก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน

พูดง่าย ๆ คือ กฎหมายให้ทรัพย์เป็นของทายาทแล้ว แต่ "กุญแจ" ที่จะเปิดเข้าไปจัดการทรัพย์เหล่านั้น คือคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดกคือใคร และมีหน้าที่อะไร

ผู้จัดการมรดกคือบุคคลที่ศาลแต่งตั้ง (หรือที่ระบุไว้ในพินัยกรรม) ให้มีอำนาจรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ และแบ่งปันมรดกให้แก่ทายาทตามกฎหมาย เปรียบเหมือน "ตัวแทนที่ถูกต้องตามกฎหมาย" ของกองมรดก ที่หน่วยงานต่าง ๆ จะยอมทำงานด้วย

หน้าที่หลักตามกฎหมายมีตั้งแต่การจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก รวบรวมทรัพย์สินและเรียกหนี้สินที่คนเป็นหนี้เจ้ามรดก ชำระหนี้ของกองมรดก ไปจนถึงแบ่งทรัพย์ให้ทายาทแต่ละคนตามส่วน สิ่งสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ผู้จัดการมรดกไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ เขาเป็นเพียงผู้มีอำนาจ "จัดการ" เพื่อประโยชน์ของทายาททุกคน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

ใครมีสิทธิยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ผู้ที่ร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ มี 3 กลุ่ม คือ ทายาท, ผู้มีส่วนได้เสีย และ พนักงานอัยการ โดยกฎหมายเปิดช่องให้ร้องขอได้ในหลายกรณี เช่น เมื่อทายาทบางคนสูญหาย อยู่ต่างประเทศ หรือยังเป็นผู้เยาว์ เมื่อมีเหตุขัดข้องในการจัดการหรือแบ่งมรดก หรือเมื่อข้อกำหนดเรื่องผู้จัดการมรดกในพินัยกรรมใช้บังคับไม่ได้

ในทางปฏิบัติ กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือ "มีเหตุขัดข้องในการจัดการ" เพราะลำพังการที่ธนาคารหรือสำนักงานที่ดินไม่ยอมโอนทรัพย์ให้ ก็ถือเป็นเหตุขัดข้องที่ศาลรับฟังได้แล้ว

แต่มีข้อควรระวัง กฎหมายมาตรา 1718 กำหนด บุคคลต้องห้าม ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้ ได้แก่ ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือที่ศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย ดังนั้นก่อนตกลงกันว่าจะให้ใครเป็น ควรตรวจสอบคุณสมบัติข้อนี้ก่อน

ยื่นคำร้องที่ศาลไหน

คำถามที่ตามมาคือต้องไปยื่นที่ศาลใด คำตอบอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 จัตวา ซึ่งกำหนดว่าให้ยื่นคำร้องต่อ ศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย เช่น หากพ่อมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและอาศัยอยู่จริงในกรุงเทพฯ ก็ยื่นที่ศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจในพื้นที่นั้น

ในกรณีที่เจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร กฎหมายให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่แทน (ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับครอบครัวที่ทายาทหรือเจ้ามรดกอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเราแยกอธิบายไว้ในบทความเรื่องทายาทอยู่ต่างประเทศ)

ข่าวดีอย่างหนึ่งคือ การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีอายุความ คุณจะยื่นหลังพ่อเสียไปแล้วกี่ปีก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติเราแนะนำให้รีบดำเนินการ เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ทรัพย์สินยิ่งกระจัดกระจาย เอกสารยิ่งหาย และความทรงจำของทายาทเรื่องว่าใครควรได้อะไรก็ยิ่งคลาดเคลื่อน จนบานปลายเป็นข้อพิพาทได้

เอกสารที่ต้องเตรียมโดยสังเขป

แม้รายละเอียดจะต่างกันไปตามรูปคดี แต่เอกสารหลักที่มักต้องใช้ ได้แก่ ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ร้องและของเจ้ามรดก เอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น สูติบัตรหรือทะเบียนสมรส บัญชีเครือญาติ เอกสารแสดงทรัพย์มรดก เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร ทะเบียนรถ หรือใบหุ้น พินัยกรรมหากมี และหนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่นที่ยินยอมให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก

รายการเอกสารฉบับเต็มพร้อมคำอธิบายทีละรายการ เรารวบรวมไว้ให้ในบทความเรื่องเอกสารยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยเฉพาะ

ใช้เวลานานไหม และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

หากไม่มีทายาทคนใดคัดค้าน คดีตั้งผู้จัดการมรดกถือเป็นคดีที่ไม่ซับซ้อน โดยทั่วไปนับจากวันยื่นคำร้อง ศาลมักนัดไต่สวนภายในราว 1 ถึง 2 เดือน และเมื่อไต่สวนเสร็จศาลจะมีคำสั่ง จากนั้นต้องรอให้คำสั่งถึงที่สุดอีกระยะหนึ่งก่อนจะคัดถ่ายคำสั่งไปดำเนินการกับธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน รวมแล้วมักใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 เดือน แต่หากมีผู้คัดค้านหรือทรัพย์ซับซ้อน ระยะเวลาก็จะยืดออกไป

ส่วนค่าใช้จ่าย ค่าขึ้นศาลสำหรับคำร้องอยู่ในหลักร้อยบาท ขณะที่ค่าทนายความ ค่าประกาศ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเป็นส่วนที่แยกต่างหาก และแตกต่างกันตามความยากง่ายของคดี เราแนะนำให้สอบถามค่าบริการเป็นรายกรณีก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เห็นภาพค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้

ระหว่างที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่อง สิ่งที่ครอบครัวทำได้เลยคือ รวบรวมเอกสารสำคัญของพ่อไว้ในที่เดียว อย่าเพิ่งไปยุ่งกับการโอนหรือถอนทรัพย์ในชื่อผู้ตายด้วยวิธีลัด เพราะอาจกลายเป็นปัญหาภายหลัง และที่สำคัญที่สุด คือพูดคุยกันในครอบครัวให้ชัดว่าจะให้ใครเป็นผู้จัดการมรดก เพราะถ้าตกลงกันได้ตั้งแต่ต้น เรื่องทั้งหมดจะราบรื่นกว่าที่คิดมาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ต้องตั้งผู้จัดการมรดกทุกกรณีไหม แม้ทรัพย์มีนิดเดียว

ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป หากทรัพย์มีเพียงเล็กน้อยและทายาทตกลงกันได้ บางกรณีธนาคารอาจมีเกณฑ์ผ่อนผันสำหรับเงินจำนวนไม่มาก แต่หากมีที่ดิน บ้าน รถ หรือทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนโอน แทบทุกกรณีจำเป็นต้องมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก

ถาม: พี่น้องหลายคน ตั้งผู้จัดการมรดกได้กี่คน

ตอบ: ตั้งได้มากกว่าหนึ่งคน แต่ต้องพิจารณาเรื่องวิธีการทำงานร่วมกันให้ดี เราอธิบายข้อดีข้อเสียไว้ในบทความเรื่องผู้จัดการมรดกตั้งได้กี่คนโดยเฉพาะ

ถาม: ถ้าทายาทคนอื่นไม่ยอมเซ็นยินยอม จะทำอย่างไร

ตอบ: หนังสือยินยอมช่วยให้คดีเร็วขึ้นก็จริง แต่ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับ หากมีทายาทคัดค้าน คดีจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทที่ศาลต้องไต่สวนพยานทั้งสองฝ่าย ซึ่งควรปรึกษาทนายเพื่อวางแนวทางตั้งแต่ต้น

ถาม: ตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว เขาจะยักยอกทรัพย์ได้ไหม

ตอบ: ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายและต้องรับผิดหากทำผิดหน้าที่ หากพบว่าละเลยหน้าที่หรือไม่โปร่งใส ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลถอนได้ตามมาตรา 1727 ก่อนการแบ่งมรดกจะเสร็จสิ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • อยู่เมืองนอก แต่ต้องตั้งผู้จัดการมรดกให้พ่อแม่ที่ไทย ทำอย่างไร (บทความ A003)
  • เอกสารยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดก ฉบับเช็กลิสต์ครบ (บทความเร็ว ๆ นี้)
  • ตั้งผู้จัดการมรดกใช้เวลากี่เดือน และต้องไปศาลกี่ครั้ง (บทความเร็ว ๆ นี้)

ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับปรึกษาและดำเนินคดีตั้งผู้จัดการมรดก แบ่งทรัพย์มรดก คัดค้านและถอนผู้จัดการมรดก รองรับเอกสารภาษาไทย อังกฤษ และจีน
LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
เรื่องมรดก เริ่มต้นให้ถูกทางตั้งแต่วันแรก แล้วสิ่งที่พ่อแม่ตั้งใจส่งต่อ จะไม่กลายเป็นเรื่องที่ทำให้พี่น้องต้องห่างกัน
Scroll