เขียนโดย นายศรศักดา จิราพงษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
เมื่อพนักงานรับเงินบริษัทแล้วไม่นำส่ง หรือเบียดบังทรัพย์ที่ตนครอบครองโดยหน้าที่ไปเป็นของตน คือความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และเป็นความผิด "อันยอมความได้" ที่มีกำหนดเวลาร้องทุกข์เพียง 3 เดือน นายจ้างจึงต้องรีบและทำให้ถูกขั้นตอน บทความนี้สรุปวิธีดำเนินคดี เรียกทรัพย์คืน และข้อห้ามสำคัญที่ทำให้คดีหลุดมือ — อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่ คู่มือคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ในธุรกิจ
เมื่อนายจ้างมอบหมายให้พนักงานรับเงิน เก็บสต็อก หรือจัดการทรัพย์ พนักงานคือผู้ครอบครองทรัพย์โดยชอบในตอนแรก หากภายหลังเบียดบังเอาไปเป็นของตนโดยทุจริต จึงเป็น "ยักยอก" ตามมาตรา 352 ไม่ใช่ "ฉ้อโกง" (ซึ่งต้องหลอกลวงก่อนได้ทรัพย์) และหากพนักงานเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นโดยเฉพาะ อาจเข้ามาตรา 353 หรือกรณีผู้มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจตามมาตรา 354 ซึ่งมีโทษหนักขึ้น การแยกฐานให้ถูกตั้งแต่ต้นสำคัญต่อรูปคดี
ยักยอกทรัพย์เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ "รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ" ตามมาตรา 96 มิฉะนั้นคดีอาญาขาดอายุความร้องทุกข์ จุดที่บริษัทพลาดบ่อยคือ ตรวจพบทุจริตแล้วมัวแต่เจรจาหรือรอให้พนักงานหาเงินมาคืนจนเลย 3 เดือน ทำให้เสียสิทธิทางอาญา ดังนั้นเมื่อตรวจพบและรู้ตัวผู้กระทำชัดเจน ควรปรึกษาทนายและร้องทุกข์โดยเร็ว
กับดักที่ทำให้คดีอาญาหลุด: หลายบริษัทเมื่อจับได้ว่าพนักงานยักยอก จะให้พนักงานเซ็น "สัญญากู้ยืม" หรือ "สัญญารับสภาพหนี้" เพื่อบีบให้ผ่อนใช้ แต่ถ้อยคำที่ผิดอาจถูกตีความว่าเป็นการแปลงหนี้เป็นเรื่องกู้ยืมทางแพ่ง หรือเป็นการยอมความ ทำให้เสียรูปคดีอาญา ทางที่ปลอดภัยคือทำเป็น "บันทึกรับสภาพการกระทำและชดใช้ค่าเสียหายบางส่วน" ที่ระบุชัดว่าไม่เป็นการถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความ และควรให้ทนายตรวจถ้อยคำก่อนเซ็นทุกครั้ง
การที่พนักงานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง เป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119(1) แต่ต้องระบุเหตุผลในหนังสือเลิกจ้างให้ชัดและมีพยานหลักฐานรองรับ มิฉะนั้นอาจกลายเป็นข้อพิพาทเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อ่านรายละเอียดการเลิกจ้างที่รัดกุมได้ที่ คู่มือกฎหมายแรงงานสำหรับนายจ้าง
รูปแบบที่พบบ่อยในธุรกิจ เช่น พนักงานขายรับเงินสดลูกค้าแล้วไม่นำเข้าบริษัท พนักงานบัญชีสร้างเจ้าหนี้ปลอมหรือเบิกค่าใช้จ่ายเท็จ ผู้ดูแลคลังนำสินค้าออกไปขายเอง หรือใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินของบริษัท การป้องกันที่ได้ผลคือแยกหน้าที่รับเงิน บันทึกบัญชี และอนุมัติจ่ายออกจากกัน กำหนดวงเงินอนุมัติเป็นลำดับชั้น ใช้บัญชีบริษัทรับเงินเท่านั้น กระทบยอดเงินสดและสต็อกอย่างสม่ำเสมอ และทำหนังสือมอบหมายงานที่ระบุขอบเขตหน้าที่ชัดเจน นอกจากนี้ควรเก็บหลักฐานการมอบหมายและการรับเงินไว้ทุกครั้ง เพราะเมื่อเกิดเหตุ หลักฐานเหล่านี้คือสิ่งที่ใช้พิสูจน์ว่าพนักงานครอบครองทรัพย์โดยหน้าที่และเบียดบังไปโดยทุจริต การลงทุนวางระบบควบคุมภายในจึงคุ้มกว่าการตามไล่คดีภายหลังมาก
ไม่จริง การที่ผู้กระทำไม่มีเงินคืนไม่ได้ทำให้ความผิดอาญาหายไป คดียักยอกยังดำเนินต่อได้ และการดำเนินคดีอาญายังเป็นเครื่องมือกดดันให้ชดใช้ ทั้งยังป้องปรามไม่ให้เกิดซ้ำในองค์กร ที่สำคัญต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน
ไม่จบโดยอัตโนมัติ การรับเงินบางส่วนไม่ทำให้คดีอาญาระงับ เว้นแต่มีการยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์โดยชัดแจ้ง จึงควรระบุในเอกสารว่าเป็นการรับชำระค่าเสียหายบางส่วนเท่านั้น
คดียักยอกของลูกจ้างแพ้-ชนะกันที่ "อายุความ 3 เดือน" และถ้อยคำในเอกสารที่ให้เซ็น เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีอาญาธุรกิจของเราช่วยวางรูปคดี ร่างบันทึกชดใช้ที่ไม่เสียสิทธิ ร้องทุกข์ และฟ้องเรียกทรัพย์คืน ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor