ผ่อนหนี้เป็นงวด ดอกเบี้ยผิดนัดคิดทั้งยอดได้ไหม

ผ่อนหนี้เป็นงวด ดอกเบี้ยผิดนัดคิดทั้งยอดได้ไหม

ผู้เขียน: นายศรศักดา จิราพงษ์ | บริษัท ไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม จำกัด

ผ่อนหนี้ธุรกิจตรงเวลามาหลายเดือน แต่สะดุดเพียงงวดเดียว กลับได้รับใบแจ้งยอดดอกเบี้ยผิดนัดที่คิดจากเงินต้นคงเหลือทั้งหมด ก่อนเซ็นรับรองยอดหรือโอนชำระ ควรตรวจว่าตัวเลขนั้นตั้งจากฐานเงินใด

คำตอบสั้น

กรณีลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวดและผิดนัดงวดใด มาตรา 224/1 วางหลักให้เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัด ข้อตกลงที่ขัดหลักนี้เป็นโมฆะ แต่ต้องตรวจว่าหนี้ยังอยู่ในระบบผ่อนเป็นงวดหรือเกิดการเรียกหนี้ทั้งหมดถึงกำหนดโดยชอบแล้ว รวมถึงลักษณะสัญญาและกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่เห็นคำว่า “ผิดนัดทั้งสัญญา” แล้วนำยอดคงเหลือทั้งหมดมาคิดได้ทันที

กรณีของใครบ้างที่เข้าข่าย

  • ลูกหนี้การค้าหรือผู้กู้ที่มีตารางผ่อนชำระชัดเจน และสงสัยฐานคำนวณดอกเบี้ยผิดนัด
  • เจ้าหนี้กำลังร่างเงื่อนไขผิดนัดหรือทบทวนใบแจ้งยอดก่อนส่งทวงถาม
  • คู่สัญญากำลังเจรจาปรับโครงสร้างหนี้หรือเซ็นรับสภาพหนี้จากยอดที่มีดอกเบี้ยสะสม

หนี้เช่าซื้อ ค่าปรับจากส่งงานช้า และสินเชื่อของผู้ให้บริการที่มีกฎหมายหรือประกาศกำกับเฉพาะ ต้องตรวจหลักของตนเพิ่ม บทความนี้ไม่ใช่ตารางคำนวณสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ และไม่ตัดสินข้อเร่งรัดหนี้โดยยังไม่เห็นสัญญา

สิ่งที่ควรทำตอนนี้

  1. ขอตารางหนี้ที่แยกเงินต้น ดอกเบี้ยปกติ ดอกเบี้ยผิดนัด และค่าใช้จ่ายอื่น อย่าตรวจจากยอดรวมในข้อความทวงถามเพียงบรรทัดเดียว
  2. เทียบวันครบกำหนดแต่ละงวดกับวันจ่ายจริงจากบัญชีธนาคาร ตรวจว่าค่างวดมีเงินต้นเท่าไร ไม่เอายอดรวมดอกเบี้ยปกติมาเป็นต้นเงินผิดนัดโดยไม่แยก
  3. ขอวิธีคำนวณเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุฐานต้นเงิน อัตราต่อปี วันเริ่มคิด วันสิ้นสุด และจำนวนวันที่ใช้ เพื่อให้ตรวจซ้ำได้
  4. อ่านข้อเร่งรัดหนี้และหนังสือที่เคยได้รับ ตรวจเหตุผิดนัด การบอกกล่าว และวันที่อ้างว่าหนี้ทั้งหมดถึงกำหนด อย่าถือว่าการค้างหนึ่งงวดมีผลเหมือนกันทุกสัญญา
  5. หากยอดไม่ตรง ส่งข้อโต้แย้งที่ระบุรายการและวันที่ พร้อมขอตารางแก้ไข แยกยอดที่ยอมรับออกจากยอดที่ยังขอตรวจ ไม่เพิกเฉยต่อหนังสือศาลหรือกำหนดชำระ
  6. ก่อนเซ็นข้อตกลงผ่อนใหม่หรือรับสภาพหนี้ ให้ตรวจยอดตั้งต้นและผลต่อสิทธิที่โต้แย้ง เก็บตารางฉบับเดิมและฉบับแก้ไขไว้เทียบกัน

ต้องดูต้นเงินของงวด ไม่ใช่ดูแค่ยอดค่างวด

มาตรา 224/1 ใช้คำว่าต้นเงินของงวดที่ผิดนัด หากยอดเรียกเก็บงวดหนึ่งรวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยปกติ ต้องแยกสองส่วนก่อน การนำทั้งค่างวดไปเป็นฐานดอกเบี้ยผิดนัดอาจทำให้ดอกเบี้ยถูกนำไปคิดซ้ำ

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายฐานเงินเท่านั้น หากงวดหนึ่งมีต้นเงิน 8,000 บาทกับดอกเบี้ยปกติ 500 บาท และยังไม่มีข้อเท็จจริงอื่นเปลี่ยนฐานหนี้ การตรวจมาตรา 224/1 ต้องเริ่มที่ต้นเงิน 8,000 บาท ไม่ใช่ค่างวด 8,500 บาทหรือเงินต้นที่ยังไม่ถึงกำหนดทั้งหมด ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ใบคำนวณยอดที่ต้องจ่ายจริง

ฐานเงิน อัตรา และช่วงเวลา ต้องถูกทุกส่วน

แม้ใช้ฐานเงินถูก ยอดก็ยังผิดได้ถ้าใช้อัตราหรือวันเริ่มผิดนัดไม่ถูกต้อง มาตรา 224 ที่แก้ไขในปี 2564 ผูกอัตราผิดนัดตามกฎหมายกับมาตรา 7 และอัตราเพิ่มตามที่บัญญัติไว้ พร้อมเปิดกรณีมีเหตุชอบด้วยกฎหมายให้เรียกสูงกว่า จึงไม่ควรใช้อัตราเดียวกับสัญญาทุกประเภท

บทความนี้ไม่กำหนดอัตราตายตัวเพื่อใช้กรอกทุกคดี ผู้ตรวจต้องดูข้อตกลง เพดานหรือกฎหมายเฉพาะ และอัตราที่มีผลในช่วงเวลานั้น รวมถึงข้อห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามมาตรา 224

เจ้าหนี้เขียนให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดแล้ว ต้องตรวจอะไร

ต้องแยกการคำนวณผิดนัดในระบบผ่อนออกจากผลของข้อเร่งรัดหรือการบอกเลิกที่ใช้ได้จริง ตรวจว่ามีเหตุให้ใช้สิทธิหรือยัง ได้ส่งคำบอกกล่าวที่จำเป็นหรือไม่ และข้อความเรียกหนี้ครอบคลุมอะไร

การมีข้อเร่งรัดไม่ได้อนุญาตให้ข้ามมาตรา 224/1 โดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ควรสรุปว่าฐานหนี้ต้องเป็นงวดเดิมตลอดหลังมีการใช้สิทธิอย่างอื่นแล้ว กรณีนี้ควรให้ทนายตรวจเอกสารเฉพาะก่อนยืนยันยอดกับอีกฝ่าย

หนี้เก่าก่อนแก้กฎหมาย และเงินที่จ่ายบางส่วน

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ประกาศวันที่ 10 เมษายน 2564 และใช้บังคับวันถัดมา บทเฉพาะกาลแยกการคิดดอกเบี้ยและงวดที่ถึงกำหนดก่อนกับหลังเริ่มใช้ จึงต้องตรวจวันที่จริง ไม่เปลี่ยนตารางเก่าทั้งชุดด้วยสูตรเดียว

เมื่อมีการจ่ายบางส่วน ต้องตรวจด้วยว่าเงินถูกนำไปตัดรายการใด ก่อนนำยอดที่เหลือมาคำนวณ ประเด็นนี้ต่างจากฐานดอกเบี้ยผิดนัด ดู จ่ายหนี้การค้าบางส่วน ตัดบิลไหน ตัดต้นหรือดอกก่อน หากกำลังจะลงนามรับยอดใหม่ ให้ตรวจ หนังสือรับสภาพหนี้ ทำอย่างไร มีผลต่ออายุความอย่างไร ควบคู่กัน

เอกสารที่ควรเตรียม

  • คู่สัญญา: สัญญาต้นฉบับ ภาคผนวก และข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ ใช้ตรวจประเภทหนี้และเงื่อนไขผิดนัด
  • หนี้: ตารางผ่อน รายการเงินต้นรายงวด วิธีคำนวณดอกเบี้ย และใบแจ้งยอดทุกฉบับ ใช้หาจุดที่ฐานหรืออัตราเปลี่ยน
  • การชำระ: สลิป รายการเดินบัญชี และใบเสร็จ ใช้เทียบวันได้รับเงินและวิธีตัดยอด ไม่เปิดเผยเลขบัญชีเต็มในช่องทางสาธารณะ
  • ข้อพิพาท: หนังสือเร่งรัดหนี้ หนังสือบอกเลิก หลักฐานส่งและรับ คำฟ้องหรือคำสั่งศาล ใช้ตรวจขั้นตอนและวันสำคัญ
  • หลักประกันหรือมรดก: เพิ่มเอกสารค้ำประกัน จำนอง หรืออำนาจจัดการมรดกเมื่อเกี่ยวกับหนี้นั้นเท่านั้น

ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย

ความเร็วขึ้นกับจำนวนงวด ความครบของรายการจ่าย และมีการปรับหนี้กี่ครั้ง หากมีคำฟ้องหรือใกล้เซ็นข้อตกลงต้องส่งเอกสารทั้งชุดตั้งแต่ต้น ระยะเวลาตรวจตารางไม่ทำให้กำหนดตอบคดีหรืออายุความหยุดลง

แยกค่าจัดทำหรือตรวจตารางบัญชี ค่าทนายประเมินเงื่อนไขและหนังสือโต้แย้ง และค่าดำเนินคดีหากจำเป็น ไม่ตั้งค่าบริการจากจำนวนงวดอย่างเดียวก่อนเห็นความซับซ้อนของสัญญา

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียสิทธิหรือเสียเวลา

  • เอายอดเงินต้นคงเหลือทั้งก้อนไปคิดเพียงเพราะค้างหนึ่งงวด
  • นำดอกเบี้ยปกติหรือค่าปรับรวมเป็นต้นเงินโดยไม่แยกรายการ
  • ใช้อัตราในบทความเก่าหรือสูตรจากสัญญาคนละประเภท
  • เซ็นรับสภาพหนี้จากยอดรวมที่ตรวจย้อนกลับไม่ได้
  • หยุดจ่ายหรือไม่รับหนังสือเพราะคิดว่ายอดผิดทั้งหมด ทั้งที่บางส่วนอาจถึงกำหนดแล้ว

จุดที่ควรให้ทนายเข้าดูแล

ควรให้ทนายตรวจเมื่อมีข้อเร่งรัดทั้งยอด มีการเปลี่ยนยอดดอกเบี้ยเป็นเงินต้น ถูกฟ้องแล้ว หรือมีผู้ค้ำประกันและหลักประกันร่วมด้วย การปรับยอดหนี้อาจมีผลต่อบุคคลอื่นและข้อโต้แย้งเดิม

ทนายช่วยอะไรได้บ้าง

ทนายช่วยอ่านข้อผิดนัด ตรวจผลของหนังสือเร่งรัด แยกรายการที่ต้องคำนวณใหม่ ประสานผู้ทำบัญชีจัดตาราง และร่างข้อโต้แย้งหรือข้อตกลงผ่อนใหม่ หากต้องดำเนินคดีจะประเมินพยานและกำหนดเวลาจากเอกสารจริง

ขอบเขตงานที่เกี่ยวข้องดูได้ที่ บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย และใช้ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026 แยกคำถามอื่นที่ต้องตรวจก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

เขียนในสัญญาว่าค้างงวดเดียวคิดทั้งยอดได้ ถือว่าจบหรือไม่

ไม่จบเพียงเพราะมีลายเซ็น มาตรา 224/1 กำหนดผลของข้อตกลงที่ขัดหลักไว้ ต้องตรวจว่าข้อสัญญาทำงานอย่างไรกับข้อเท็จจริง

โต้แย้งดอกเบี้ยแล้วไม่ต้องจ่ายอะไรเลยใช่ไหม

ไม่ใช่ ต้องแยกเงินต้นและยอดที่ถึงกำหนดจริงจากส่วนที่พิพาท และวางวิธีชำระโดยไม่ทำให้ข้อโต้แย้งสับสน

ทวงหนี้มาหลายปีแล้ว ควรดูแค่ดอกเบี้ยหรือไม่

ต้องดูอายุความของสิทธิเรียกร้องและเหตุที่กระทบอายุความด้วย ไม่ใช้จำนวนปีเดียวกับทุกหนี้ ดู อายุความฟ้องหนี้-สัญญา กี่ปี เช็กก่อนหมดสิทธิฟ้อง

ติดต่อเพื่อเตรียมตรวจเอกสาร

ส่งคำว่า "ตรวจดอกเบี้ยรายงวด" พร้อมประเภทหนี้และงวดแรกที่ค้าง ทาง LINE @thaichineselawfirm เพื่อรับรายการเอกสารเบื้องต้น

ในการติดต่อครั้งแรก แจ้งเฉพาะข้อมูลเบื้องต้น ไม่โพสต์โฉนด สัญญา เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลคู่กรณีในพื้นที่สาธารณะ รอคำแนะนำช่องทางรับเอกสารจากสำนักงานก่อน

คำเตือน

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ

📚 แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (อ่านเพิ่มเติม)

ตรวจแหล่งข้อมูลเพื่อจัดทำต้นฉบับวันที่ 19 ตุลาคม 2569

Scroll