ผู้เขียน: นายศรศักดา จิราพงษ์ | บริษัท ไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม จำกัด
ผ่อนหนี้ธุรกิจตรงเวลามาหลายเดือน แต่สะดุดเพียงงวดเดียว กลับได้รับใบแจ้งยอดดอกเบี้ยผิดนัดที่คิดจากเงินต้นคงเหลือทั้งหมด ก่อนเซ็นรับรองยอดหรือโอนชำระ ควรตรวจว่าตัวเลขนั้นตั้งจากฐานเงินใด
กรณีลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวดและผิดนัดงวดใด มาตรา 224/1 วางหลักให้เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัด ข้อตกลงที่ขัดหลักนี้เป็นโมฆะ แต่ต้องตรวจว่าหนี้ยังอยู่ในระบบผ่อนเป็นงวดหรือเกิดการเรียกหนี้ทั้งหมดถึงกำหนดโดยชอบแล้ว รวมถึงลักษณะสัญญาและกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่เห็นคำว่า “ผิดนัดทั้งสัญญา” แล้วนำยอดคงเหลือทั้งหมดมาคิดได้ทันที
หนี้เช่าซื้อ ค่าปรับจากส่งงานช้า และสินเชื่อของผู้ให้บริการที่มีกฎหมายหรือประกาศกำกับเฉพาะ ต้องตรวจหลักของตนเพิ่ม บทความนี้ไม่ใช่ตารางคำนวณสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ และไม่ตัดสินข้อเร่งรัดหนี้โดยยังไม่เห็นสัญญา
มาตรา 224/1 ใช้คำว่าต้นเงินของงวดที่ผิดนัด หากยอดเรียกเก็บงวดหนึ่งรวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยปกติ ต้องแยกสองส่วนก่อน การนำทั้งค่างวดไปเป็นฐานดอกเบี้ยผิดนัดอาจทำให้ดอกเบี้ยถูกนำไปคิดซ้ำ
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายฐานเงินเท่านั้น หากงวดหนึ่งมีต้นเงิน 8,000 บาทกับดอกเบี้ยปกติ 500 บาท และยังไม่มีข้อเท็จจริงอื่นเปลี่ยนฐานหนี้ การตรวจมาตรา 224/1 ต้องเริ่มที่ต้นเงิน 8,000 บาท ไม่ใช่ค่างวด 8,500 บาทหรือเงินต้นที่ยังไม่ถึงกำหนดทั้งหมด ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ใบคำนวณยอดที่ต้องจ่ายจริง
แม้ใช้ฐานเงินถูก ยอดก็ยังผิดได้ถ้าใช้อัตราหรือวันเริ่มผิดนัดไม่ถูกต้อง มาตรา 224 ที่แก้ไขในปี 2564 ผูกอัตราผิดนัดตามกฎหมายกับมาตรา 7 และอัตราเพิ่มตามที่บัญญัติไว้ พร้อมเปิดกรณีมีเหตุชอบด้วยกฎหมายให้เรียกสูงกว่า จึงไม่ควรใช้อัตราเดียวกับสัญญาทุกประเภท
บทความนี้ไม่กำหนดอัตราตายตัวเพื่อใช้กรอกทุกคดี ผู้ตรวจต้องดูข้อตกลง เพดานหรือกฎหมายเฉพาะ และอัตราที่มีผลในช่วงเวลานั้น รวมถึงข้อห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามมาตรา 224
ต้องแยกการคำนวณผิดนัดในระบบผ่อนออกจากผลของข้อเร่งรัดหรือการบอกเลิกที่ใช้ได้จริง ตรวจว่ามีเหตุให้ใช้สิทธิหรือยัง ได้ส่งคำบอกกล่าวที่จำเป็นหรือไม่ และข้อความเรียกหนี้ครอบคลุมอะไร
การมีข้อเร่งรัดไม่ได้อนุญาตให้ข้ามมาตรา 224/1 โดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ควรสรุปว่าฐานหนี้ต้องเป็นงวดเดิมตลอดหลังมีการใช้สิทธิอย่างอื่นแล้ว กรณีนี้ควรให้ทนายตรวจเอกสารเฉพาะก่อนยืนยันยอดกับอีกฝ่าย
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ประกาศวันที่ 10 เมษายน 2564 และใช้บังคับวันถัดมา บทเฉพาะกาลแยกการคิดดอกเบี้ยและงวดที่ถึงกำหนดก่อนกับหลังเริ่มใช้ จึงต้องตรวจวันที่จริง ไม่เปลี่ยนตารางเก่าทั้งชุดด้วยสูตรเดียว
เมื่อมีการจ่ายบางส่วน ต้องตรวจด้วยว่าเงินถูกนำไปตัดรายการใด ก่อนนำยอดที่เหลือมาคำนวณ ประเด็นนี้ต่างจากฐานดอกเบี้ยผิดนัด ดู จ่ายหนี้การค้าบางส่วน ตัดบิลไหน ตัดต้นหรือดอกก่อน หากกำลังจะลงนามรับยอดใหม่ ให้ตรวจ หนังสือรับสภาพหนี้ ทำอย่างไร มีผลต่ออายุความอย่างไร ควบคู่กัน
ความเร็วขึ้นกับจำนวนงวด ความครบของรายการจ่าย และมีการปรับหนี้กี่ครั้ง หากมีคำฟ้องหรือใกล้เซ็นข้อตกลงต้องส่งเอกสารทั้งชุดตั้งแต่ต้น ระยะเวลาตรวจตารางไม่ทำให้กำหนดตอบคดีหรืออายุความหยุดลง
แยกค่าจัดทำหรือตรวจตารางบัญชี ค่าทนายประเมินเงื่อนไขและหนังสือโต้แย้ง และค่าดำเนินคดีหากจำเป็น ไม่ตั้งค่าบริการจากจำนวนงวดอย่างเดียวก่อนเห็นความซับซ้อนของสัญญา
ควรให้ทนายตรวจเมื่อมีข้อเร่งรัดทั้งยอด มีการเปลี่ยนยอดดอกเบี้ยเป็นเงินต้น ถูกฟ้องแล้ว หรือมีผู้ค้ำประกันและหลักประกันร่วมด้วย การปรับยอดหนี้อาจมีผลต่อบุคคลอื่นและข้อโต้แย้งเดิม
ทนายช่วยอ่านข้อผิดนัด ตรวจผลของหนังสือเร่งรัด แยกรายการที่ต้องคำนวณใหม่ ประสานผู้ทำบัญชีจัดตาราง และร่างข้อโต้แย้งหรือข้อตกลงผ่อนใหม่ หากต้องดำเนินคดีจะประเมินพยานและกำหนดเวลาจากเอกสารจริง
ขอบเขตงานที่เกี่ยวข้องดูได้ที่ บริการร่างและทบทวนสัญญาทางกฎหมาย และใช้ คู่มือร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ 2026 แยกคำถามอื่นที่ต้องตรวจก่อนตัดสินใจ
ไม่จบเพียงเพราะมีลายเซ็น มาตรา 224/1 กำหนดผลของข้อตกลงที่ขัดหลักไว้ ต้องตรวจว่าข้อสัญญาทำงานอย่างไรกับข้อเท็จจริง
ไม่ใช่ ต้องแยกเงินต้นและยอดที่ถึงกำหนดจริงจากส่วนที่พิพาท และวางวิธีชำระโดยไม่ทำให้ข้อโต้แย้งสับสน
ต้องดูอายุความของสิทธิเรียกร้องและเหตุที่กระทบอายุความด้วย ไม่ใช้จำนวนปีเดียวกับทุกหนี้ ดู อายุความฟ้องหนี้-สัญญา กี่ปี เช็กก่อนหมดสิทธิฟ้อง
ในการติดต่อครั้งแรก แจ้งเฉพาะข้อมูลเบื้องต้น ไม่โพสต์โฉนด สัญญา เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลคู่กรณีในพื้นที่สาธารณะ รอคำแนะนำช่องทางรับเอกสารจากสำนักงานก่อน
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป คำตอบของแต่ละกรณีอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริง เอกสาร และกำหนดเวลา ควรให้ทนายตรวจข้อมูลก่อนลงนามหรือดำเนินการที่กระทบสิทธิ
ตรวจแหล่งข้อมูลเพื่อจัดทำต้นฉบับวันที่ 19 ตุลาคม 2569