เขียนโดย นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ · อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2026
ตอบสั้น ๆ: ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์มรดก ทำบัญชี และแบ่งให้ทายาทตามสิทธิ ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ หากผู้จัดการมรดก ไม่ยอมแบ่ง ปิดบังทรัพย์ หรือเบียดบังเอาทรัพย์มรดกไปเป็นของตน ทายาทมีทางสู้หลายทางพร้อมกัน คือ (1) ร้องขอให้ศาล ถอดถอนผู้จัดการมรดก เพราะละเลยหน้าที่หรือมีเหตุไม่สมควร (2) ฟ้องแบ่งมรดกและเรียกทรัพย์คืน ทางแพ่ง และ (3) ดำเนินคดีอาญาฐาน ยักยอก หากมีการเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต บทความนี้อยู่ในชุด คู่มือจัดการมรดกและทำพินัยกรรม
เมื่อศาลตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายหลายประการ เช่น จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก รวบรวมและดูแลทรัพย์ ชำระหนี้ของกองมรดก และแบ่งปันทรัพย์ที่เหลือให้ทายาทตามส่วน โดยต้องทำด้วยความซื่อสัตย์และระมัดระวังเสมือนจัดการทรัพย์ของตนเอง ผู้จัดการมรดก ไม่มีสิทธิ เอาทรัพย์มรดกไปเป็นของตนเองหรือโอนให้พวกพ้องโดยทายาทคนอื่นไม่ยินยอม การโอนทรัพย์มรดกให้ตัวเองโดยมิชอบเป็นปัญหาที่พบบ่อยและมีผลทางกฎหมายร้ายแรง อ่านที่ ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตัวเอง
| แนวทาง | ทำเพื่ออะไร |
|---|---|
| ร้องถอดถอนผู้จัดการมรดก | เมื่อละเลยหน้าที่/มีเหตุไม่สมควร ขอให้ศาลถอดถอนและตั้งคนใหม่ |
| ฟ้องแบ่งมรดก/เรียกทรัพย์คืน | บังคับให้แบ่งตามสิทธิ และเพิกถอนการโอนที่ไม่ชอบ |
| ดำเนินคดีอาญา (ยักยอก) | เมื่อเบียดบังทรัพย์ที่ครอบครองไว้โดยทุจริต |
การร้องถอดถอนทำได้เมื่อผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำหน้าที่ ทำผิดหน้าที่ หรือมีเหตุที่ไม่สมควรไว้วางใจให้จัดการต่อ ส่วนการฟ้องแบ่งมรดกเป็นการบังคับสิทธิของทายาทโดยตรง ซึ่งเชื่อมโยงกับการเพิกถอนนิติกรรมโอนทรัพย์ที่ไม่ชอบ ดูแนวทางที่ ฟ้องแบ่งมรดก & เพิกถอนการโอน
หากผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกในฐานะหน้าที่อยู่แล้ว แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอก ซึ่งเป็นคนละส่วนกับความรับผิดทางแพ่ง และดำเนินคดีควบคู่กันได้ จุดสำคัญอยู่ที่ "เจตนาทุจริต" และ "การครอบครองโดยหน้าที่" หลักการเรื่องยักยอกในเชิงลึกดูที่ การยักยอกและการเรียกทรัพย์คืน
เก็บหลักฐานให้พร้อม: ทายาทควรรวบรวมพินัยกรรม คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก บัญชีทรัพย์ เอกสารกรรมสิทธิ์ และหลักฐานการโอน/การถอนเงิน เพื่อแสดงว่าทรัพย์ใดเป็นมรดกและถูกจัดการอย่างไร ยิ่งหลักฐานชัด โอกาสบังคับสิทธิยิ่งสูง แม้ไม่มีใครรับประกันผลคดีได้
ปัญหาผู้จัดการมรดกไม่แบ่งทรัพย์มักเริ่มตั้งแต่การเลือกตัวผู้จัดการมรดกที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีการกำหนดกรอบการทำงานให้ชัด การเลือกผู้จัดการมรดกที่ทายาทไว้วางใจ การทำบัญชีทรัพย์ตั้งแต่ต้น และการให้ทนายช่วยกำกับขั้นตอน ช่วยลดข้อพิพาทได้มาก ขั้นตอนและคุณสมบัติของผู้จัดการมรดกดูที่ ตั้งผู้จัดการมรดก ทำอย่างไร
ทายาทควรสังเกตสัญญาณที่บ่งชี้ว่าผู้จัดการมรดกอาจจัดการไม่โปร่งใส เพื่อจะได้ดำเนินการแต่เนิ่น ๆ ก่อนทรัพย์จะถูกยักย้ายถ่ายเท
เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ ทายาทควรทำหนังสือขอตรวจสอบบัญชีทรัพย์และขอให้แบ่งมรดกอย่างเป็นทางการ พร้อมตรวจสอบสถานะทรัพย์ เช่น ที่ดินที่สำนักงานที่ดิน และความเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารเท่าที่ทำได้ การเก็บหลักฐานและรีบปรึกษาทนายช่วยให้ใช้สิทธิถอดถอนหรือฟ้องแบ่งมรดกได้ทันก่อนทรัพย์สูญหาย
ทายาทมีสิทธิทวงถามและฟ้องแบ่งมรดกต่อศาล พร้อมขอให้ถอดถอนผู้จัดการมรดกหากละเลยหน้าที่ และหากมีการเบียดบังทรัพย์โดยทุจริตก็ดำเนินคดีอาญาฐานยักยอกได้ ควรรวบรวมหลักฐานและปรึกษาทนาย
เมื่อผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำหน้าที่ ทำผิดหน้าที่ หรือมีเหตุที่ไม่สมควรให้จัดการมรดกต่อไป ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอต่อศาลให้ถอดถอนและตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ได้ โดยศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
โดยหลักทำไม่ได้หากทายาทคนอื่นไม่ยินยอม เพราะผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการเพื่อประโยชน์ของกองมรดกและทายาท การโอนให้ตัวเองโดยมิชอบอาจตกเป็นโมฆะและถูกเพิกถอน รวมถึงมีความรับผิดทางอาญา
คดีมรดกมีกำหนดอายุความตามกฎหมาย ทายาทจึงไม่ควรปล่อยเวลาเนิ่นนานหลังเจ้ามรดกเสียชีวิต ควรรีบปรึกษาทนายเพื่อประเมินกรอบเวลาและดำเนินการให้ทันสิทธิ
เมื่อผู้จัดการมรดกไม่โปร่งใส ยิ่งช้ายิ่งเสียเปรียบ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง ทีมทนายคดีมรดกของเราช่วยร้องถอดถอนผู้จัดการมรดก ฟ้องแบ่งมรดก เพิกถอนการโอน และดำเนินคดีอาญายักยอกควบคู่กัน ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 065-431-6810 หรือ LINE @thaichineselawfirm สื่อสารได้ทั้งไทย จีน อังกฤษ
Powered by Froala Editor