ผู้จัดการมรดกถอนเงินพ่อไปใช้เอง ชี้ 5 สัญญาณว่ากำลังโดนโกง

ผู้จัดการมรดกถอนเงินพ่อไปใช้เอง ชี้ 5 สัญญาณว่ากำลังโดนโกง

ตอนแรกทุกคนก็คิดว่าเป็นเรื่องดี ที่พี่คนโตอาสารับหน้าที่ผู้จัดการมรดก จะได้ไม่ต้องยุ่งยากกันหลายคน แต่พอเวลาผ่านไป น้อง ๆ เริ่มรู้สึกแปลก ๆ เงินในบัญชีพ่อที่เคยมีอยู่หลายแสนกลับเงียบหาย ที่ดินบางแปลงถูกพูดถึงน้อยลงเรื่อย ๆ และทุกครั้งที่ถามเรื่องบัญชีทรัพย์ ก็ได้แต่คำว่า "เดี๋ยวจัดการให้" คำถามที่ค้างคาใจคือ นี่เรากำลังโดนยักยอกทรัพย์มรดกอยู่หรือเปล่า

ลองสังเกต 5 สัญญาณเหล่านี้

สัญญาณที่ 1 ไม่เคยเห็นบัญชีทรัพย์มรดก

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก มาตรา 1728 กำหนดให้ลงมือทำภายใน 15 วัน และมาตรา 1729 ให้ทำเสร็จภายในหนึ่งเดือน โดยต้องทำต่อหน้าพยานที่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย หากผ่านไปหลายเดือนแล้วยังไม่เคยมีบัญชีทรัพย์ให้ทายาทดูเลย นี่คือสัญญาณอันตรายข้อแรก เพราะบัญชีทรัพย์คือเครื่องมือที่ทำให้ทุกคนเห็นตรงกันว่ากองมรดกมีอะไรบ้าง การหลบเลี่ยงไม่ทำ มักมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่

สัญญาณที่ 2 เงินหรือทรัพย์หายไปโดยไม่มีคำอธิบาย

หากยอดเงินในบัญชีของผู้ตายลดลงผิดปกติ มีการถอนเงินก้อนโตโดยไม่ชี้แจง หรือทรัพย์บางรายการหายไปจากที่เคยพูดกันไว้ โดยไม่มีเอกสารรองรับว่านำไปชำระหนี้กองมรดกหรือใช้จ่ายอะไร นี่คือสัญญาณที่ต้องรีบตรวจสอบ เพราะทรัพย์ในกองมรดกทุกบาททุกสตางค์ต้องมีที่มาที่ไป

สัญญาณที่ 3 โอนทรัพย์เข้าชื่อตัวเองหรือคนใกล้ชิด

นี่คือสัญญาณที่ร้ายแรงที่สุด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1722 ห้ามผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมใด ๆ ที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากศาล การที่ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินหรือทรัพย์ของกองมรดกเข้าชื่อตัวเอง คู่สมรส หรือลูกของตน โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการกระทำที่มิชอบ และเปิดช่องให้ทายาทคนอื่นดำเนินการเพิกถอนได้

สัญญาณที่ 4 บ่ายเบี่ยง ไม่ยอมแบ่งทั้งที่ถึงเวลาแล้ว

เมื่อรวบรวมทรัพย์และชำระหนี้เสร็จแล้ว หน้าที่ต่อไปของผู้จัดการมรดกคือแบ่งทรัพย์ให้ทายาท หากผู้จัดการมรดกยื้อเวลา อ้างโน่นอ้างนี่ ไม่ยอมแบ่งสักที ทั้งที่ไม่มีเหตุขัดข้องอันควร นั่นอาจเป็นเพราะต้องการครอบครองทรัพย์ไว้กับตัวให้นานที่สุด หรือปิดบังความจริงบางอย่าง

สัญญาณที่ 5 ปิดกั้นข้อมูล ไม่ให้ทายาทตรวจสอบ

ผู้จัดการมรดกที่สุจริตย่อมเปิดเผยข้อมูลได้ตรงไปตรงมา แต่หากเริ่มมีพฤติกรรมปิดกั้น ไม่ให้ดูเอกสาร ไม่ตอบคำถามเรื่องทรัพย์ หลบหน้าเมื่อถูกทวงถาม หรือโมโหทุกครั้งที่มีคนขอตรวจสอบ ความไม่โปร่งใสเช่นนี้คือสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ ทำอะไรได้บ้าง

กฎหมายให้เครื่องมือทายาทหลายอย่าง ในทางแพ่ง ทายาทผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1727 และเรียกให้ผู้จัดการมรดกรับผิดชดใช้ทรัพย์ที่เสียหาย เพราะมาตรา 1720 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกรับผิดต่อทายาทตามหลักตัวแทน หากมีการโอนทรัพย์ไปโดยมิชอบ ก็อาจดำเนินการเพิกถอนนิติกรรมเพื่อเอาทรัพย์กลับคืนสู่กองมรดก (ดูรายละเอียดในบทความเรื่องเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินมรดก)

ในทางอาญา หากการกระทำเข้าข่ายเบียดบังเอาทรัพย์ของกองมรดกไปเป็นของตนโดยทุจริต อาจเป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และเนื่องจากผู้จัดการมรดกจัดการทรัพย์ในฐานะที่ศาลแต่งตั้ง การกระทำอาจเข้าเหตุที่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 354 การดำเนินคดีอาญาควบคู่กับการร้องถอนและเรียกทรัพย์คืน จึงเป็นการกดดันให้คืนทรัพย์ได้อีกทางหนึ่ง

สิ่งสำคัญคือ อย่ารอช้า ยิ่งปล่อยเวลา ทรัพย์ยิ่งอาจถูกยักย้ายจนตามคืนยาก การรวบรวมหลักฐานและปรึกษาทนายตั้งแต่เห็นสัญญาณแรก คือการปกป้องสิทธิที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: แค่สงสัยแต่ยังไม่มีหลักฐานชัด ทำอะไรได้ไหม

ตอบ: เริ่มจากขอตรวจดูบัญชีทรัพย์มรดกและเอกสารการจัดการอย่างเป็นทางการ หากถูกปฏิเสธ การปฏิเสธนั้นเองก็เป็นพยานหลักฐานประกอบได้ ทนายจะช่วยแนะนำวิธีขอข้อมูลจากธนาคารหรือสำนักงานที่ดินตามช่องทางที่ถูกต้อง

ถาม: ผู้จัดการมรดกเป็นพี่แท้ ๆ จะเอาผิดได้จริงหรือ

ตอบ: กฎหมายไม่ได้ยกเว้นเพราะเป็นเครือญาติ หากมีการยักยอกทรัพย์จริง ความเป็นพี่น้องไม่ได้ทำให้พ้นความรับผิด แต่ในทางปฏิบัติหลายคดีจบด้วยการเจรจาคืนทรัพย์เมื่อมีหลักฐานชัด

ถาม: ต้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนถึงจะเรียกทรัพย์คืนได้ไหม

ตอบ: ไม่จำเป็นต้องทำตามลำดับเสมอไป การถอน การเรียกทรัพย์คืน และการดำเนินคดีอาญา เป็นมาตรการที่ทำควบคู่กันได้ ควรให้ทนายวางแผนภาพรวมให้เหมาะกับรูปคดี

บทความที่เกี่ยวข้อง


ปรึกษาทนายคดีมรดกและผู้จัดการมรดก โดยตรง
Thai Chinese Law Firm รับปรึกษาและดำเนินคดีข้อพิพาทมรดก ยักยอกทรัพย์มรดก ถอนผู้จัดการมรดก และเรียกทรัพย์คืน รองรับเอกสารภาษาไทย อังกฤษ และจีน
LINE: https://lin.ee/9tULV0A | โทร 065-431-6810
ความไว้ใจไม่ควรแลกด้วยการปิดตา เมื่อทรัพย์ของพ่อแม่เริ่มหายไปในความเงียบ การตั้งคำถามคือการทำหน้าที่ลูกที่ดี
Scroll