สำหรับคนที่ไม่เคยขึ้นศาลมาก่อน คำว่า "ต้องไปศาล" ฟังดูน่ากลัวกว่าที่เป็นจริงมาก หลายคนจินตนาการถึงการซักค้านดุเดือดแบบในละคร ทั้งที่คดีขอตั้งผู้จัดการมรดกส่วนใหญ่เป็นคดีที่เรียบง่ายที่สุดประเภทหนึ่ง บทความนี้จะเล่าให้ฟังตามจริงว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อให้คุณเตรียมใจและเตรียมตัวได้ถูก
โดยทั่วไปผู้ร้องต้องไปศาลอย่างน้อย หนึ่งครั้ง คือวันนัดไต่สวน ส่วนขั้นตอนอื่น ทั้งการยื่นคำร้อง การดำเนินการเรื่องประกาศ และการคัดถ่ายคำสั่ง ทนายความสามารถดำเนินการแทนได้ทั้งหมด คุณจึงไม่ต้องลางานไปเดินเรื่องเองทุกขั้น
วันนัดไต่สวนเป็นวันที่ศาลต้องการเห็นตัวผู้ร้อง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและยืนยันว่าเรื่องราวเป็นไปตามคำร้องจริง ในบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง เช่น ผู้ร้องเจ็บป่วยหรืออยู่ต่างประเทศ ก็อาจมีแนวทางอื่นซึ่งต้องปรึกษาทนายเป็นรายกรณี
บรรยากาศจริงเรียบง่ายกว่าที่คิด เมื่อถึงวันนัด คุณจะไปถึงศาลก่อนเวลาพอสมควร รอเรียกชื่อ แล้วเข้าห้องพิจารณาพร้อมทนาย เมื่อถึงคิว ศาลจะให้คุณสาบานตนหรือกล่าวคำปฏิญาณ จากนั้นทนายจะถามคำถามเพื่อให้คุณเล่าข้อเท็จจริงต่อศาล และศาลอาจถามเพิ่มเติมในบางประเด็น
คำถามที่มักถูกถามเป็นเรื่องพื้นฐานที่คุณรู้อยู่แล้วทั้งนั้น เช่น ความสัมพันธ์กับผู้ตาย ผู้ตายเสียชีวิตเมื่อใดและด้วยสาเหตุใด มีทายาทกี่คนใครบ้าง มีทรัพย์มรดกอะไรบ้าง ทำไมจึงต้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และทายาทคนอื่นยินยอมหรือไม่ ทั้งหมดนี้คือเรื่องที่คุณตอบได้จากความจริง ไม่ต้องท่องจำ
หากไม่มีผู้คัดค้านและพยานหลักฐานครบถ้วน โดยทั่วไปศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกในวันนั้นเลย ขั้นตอนในห้องพิจารณามักใช้เวลาไม่นาน หลายคดีจบภายในไม่กี่สิบนาที
สิ่งที่ควรทำคือ แต่งกายสุภาพ ให้เกียรติสถานที่ เสื้อผ้าเรียบร้อยแบบไปงานสำคัญก็เพียงพอ ไปถึงก่อนเวลา เพราะการค้นหาห้องพิจารณาและจอดรถอาจใช้เวลา นำบัตรประชาชนตัวจริงและเอกสารต้นฉบับ ที่ทนายแจ้งไว้ติดตัวไปด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ ตอบตามความจริง หากจำรายละเอียดบางอย่างไม่ได้ ก็บอกตามตรงว่าจำไม่ได้ ไม่ต้องเดา
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ พูดเกินจริงหรือปกปิดข้อเท็จจริง เช่น ปกปิดว่ามีทายาทอีกคน เพราะหากความจริงปรากฏภายหลัง อาจกระทบทั้งคำสั่งศาลและตัวผู้ร้องเอง
กรณีนี้พบได้ไม่บ่อยแต่เกิดขึ้นได้ หากมีผู้มีส่วนได้เสียยื่นคัดค้าน คดีจะเปลี่ยนสภาพจากคดีไม่มีข้อพิพาทเป็นคดีที่ต้องสืบพยานทั้งสองฝ่าย ศาลจะกำหนดวันนัดสืบพยานเพิ่มเติม ทำให้ต้องมาศาลมากกว่าหนึ่งครั้งและใช้เวลานานขึ้น (อ่านรายละเอียดในบทความเรื่องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดก)
เพราะเหตุนี้เอง การพูดคุยทำความเข้าใจกับทายาททุกคนก่อนยื่นคำร้อง จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดเงิน และรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวไว้ได้
ถาม: ทายาทคนอื่นต้องไปศาลด้วยไหม
ตอบ: โดยทั่วไปหากทายาทให้ความยินยอมเป็นหนังสือแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปทุกคน แต่บางกรณีศาลอาจต้องการสอบถามทายาทเพิ่มเติม ทนายจะแจ้งล่วงหน้าว่าใครควรไปบ้าง
ถาม: ตื่นเต้นมาก กลัวตอบผิด ทำอย่างไร
ตอบ: ทนายจะซักซ้อมประเด็นกับคุณก่อนวันนัด คำถามล้วนเป็นเรื่องที่คุณรู้จริง หากตอบผิดพลาดเล็กน้อยก็แก้ไขได้ในชั้นเบิกความ ขอเพียงตอบตามความจริง
ถาม: ถ้าไปวันนัดไม่ได้จริง ๆ ต้องทำอย่างไร
ตอบ: ต้องแจ้งทนายล่วงหน้าเพื่อขอเลื่อนนัดตามขั้นตอน ไม่ควรขาดนัดโดยไม่แจ้ง เพราะอาจกระทบต่อคดี
ห้องพิจารณาไม่ได้น่ากลัวอย่างในละคร สิ่งที่ศาลอยากได้ยินคือความจริงจากปากคนในครอบครัว เท่านั้นเอง