หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปี 2568 คู่รักเพศเดียวกันจำนวนมากมีความสุขกับสิทธิที่รอคอยมานาน แต่ก็มีคู่อีกไม่น้อยที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส บางคู่เพราะยังไม่พร้อม บางคู่เพราะยังไม่เห็นความจำเป็น และหลายคนไม่รู้ว่า ในสายตากฎหมายมรดก การจดหรือไม่จดทะเบียน สร้างความต่างมหาศาลในวันที่ฝ่ายหนึ่งจากไป
ในเรื่องมรดก กฎหมายให้สิทธิแก่ "ทายาทโดยธรรม" ซึ่งได้แก่ญาติตามลำดับที่กฎหมายกำหนดและคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง คนที่อยู่กินกันฉันคู่รักแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่ว่าจะรักและผูกพันกันมานานเพียงใด ไม่ถือเป็นทายาทโดยธรรมของกันและกัน
หมายความว่า หากฝ่ายหนึ่งจากไปโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตาย เช่น พ่อแม่หรือพี่น้อง ส่วนคู่ชีวิตที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอด อาจไม่ได้รับอะไรเลยแม้แต่บ้านที่อยู่ด้วยกัน นี่คือความจริงที่โหดร้ายซึ่งเกิดขึ้นกับคู่รักหลายคู่ที่ไม่ได้เตรียมการ
ข่าวดีคือ กฎหมายเปิดทางแก้ไว้แล้ว เพราะ ผู้รับพินัยกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยธรรม เจ้าของทรัพย์มีเสรีภาพยกทรัพย์ให้ใครก็ได้ผ่านพินัยกรรม ดังนั้นแม้จะยังไม่จดทะเบียนสมรส คู่รักก็สามารถทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้คนรักของตนได้ตามที่ต้องการ
การทำพินัยกรรมจึงเป็นการประกาศเจตนาที่ชัดเจนและมีผลตามกฎหมาย ว่าต้องการให้คนที่ใช้ชีวิตร่วมกันได้รับการดูแลหลังจากตนจากไป ไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกญาติที่อาจไม่ยอมรับความสัมพันธ์มาอ้างสิทธิเหนือทรัพย์ทั้งหมด สำหรับคู่รัก LGBTQ+ ที่ครอบครัวอาจยังไม่เปิดใจ พินัยกรรมยิ่งเป็นเกราะป้องกันที่จำเป็น
หลักการทำพินัยกรรมของคู่รักเพศเดียวกันไม่ต่างจากคนทั่วไป สามารถเลือกทำแบบธรรมดาที่มีพยานสองคน แบบเขียนเองทั้งฉบับ หรือแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอ (อ่านรายละเอียดแต่ละแบบในบทความเรื่องวิธีทำพินัยกรรม) แต่มีข้อควรระวังเป็นพิเศษคือ อย่าให้คนรักซึ่งเป็นผู้รับทรัพย์มาเป็นพยานหรือผู้เขียนพินัยกรรมเสียเอง เพราะมาตรา 1653 ห้ามไว้ และอาจทำให้ข้อกำหนดที่ยกให้คนรักเสียไป
นอกจากพินัยกรรมแล้ว คู่รักที่พร้อมอาจพิจารณาจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะทำให้ได้สิทธิเป็นคู่สมรสตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ทั้งเรื่องมรดกและสิทธิอื่น ๆ การเลือกว่าจะใช้พินัยกรรม การจดทะเบียน หรือทั้งสองอย่างควบคู่กัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคู่ ซึ่งปรึกษาทนายเพื่อวางแผนให้เหมาะสมได้
ถาม: เราคบกันมา 15 ปี อยู่บ้านหลังเดียวกัน ถ้าเขาเสียก่อน บ้านตกเป็นของเราไหม
ตอบ: หากบ้านเป็นชื่อของอีกฝ่ายและไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือทำพินัยกรรมไว้ บ้านจะตกแก่ทายาทโดยธรรมของเขา ไม่ใช่ของคุณโดยอัตโนมัติ การทำพินัยกรรมหรือจดทะเบียนจึงสำคัญมาก
ถาม: จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมแล้ว ยังต้องทำพินัยกรรมอีกไหม
ตอบ: เมื่อจดทะเบียนแล้วจะเป็นคู่สมรสที่เป็นทายาทโดยธรรม แต่การทำพินัยกรรมเพิ่มยังมีประโยชน์ในการระบุชัดว่าทรัพย์ใดยกให้ใคร และตั้งผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้า ลดข้อขัดแย้งได้
ถาม: ทำพินัยกรรมยกให้คนรัก ญาติจะมาค้านได้ไหม
ตอบ: ญาติอาจโต้แย้งได้เฉพาะเรื่องความสมบูรณ์ของพินัยกรรม เช่น ทำผิดแบบหรือสภาพจิตใจ แต่จะอ้างเพียงว่าไม่เห็นด้วยกับการยกให้คนรักไม่ได้ ตราบใดที่พินัยกรรมทำถูกต้อง
ความรักที่ยาวนาน ควรมีกฎหมายรองรับให้มั่นคง อย่าให้คนที่คุณรักต้องเริ่มต้นความสูญเสีย ด้วยการไม่มีสิทธิแม้แต่ในบ้านที่เคยอยู่ด้วยกัน