ขอ BOI ปี 2026 สำหรับนักลงทุนต่างชาติ — ยกเว้นภาษีสูงสุด 13 ปี ถือหุ้น 100% ได้โดยไม่ต้องพึ่งนอมินี
ขอ BOI ปี 2026 สำหรับนักลงทุนต่างชาติ — ยกเว้นภาษีสูงสุด 13 ปี ถือหุ้น 100% ได้โดยไม่ต้องพึ่งนอมินี

ทำไมนักลงทุนกว่า 3,370 โครงการถึงแห่ขอ BOI ในปีเดียว?

ปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3,370 โครงการ มูลค่ารวม 1,876,653 ล้านบาท — เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อนหน้า

และในจำนวนนั้น นักลงทุนจีนครองอันดับหนึ่งด้านจำนวนโครงการ ถึง 982 โครงการ คิดเป็น 41% ของโครงการต่างชาติทั้งหมด

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ — มันบอกว่านักลงทุนที่รู้จริงเลือกใช้ช่องทางที่ถูกกฎหมายและได้ผลจริง แทนที่จะเสี่ยงกับโครงสร้างนอมินีที่กำลังถูกตรวจจับด้วยระบบ AI ทุกวัน

BOI คือทางออกที่ทำให้ต่างชาติถือหุ้นบริษัทในไทยได้ 100% โดยไม่ต้องพึ่งนอมินี ได้รับยกเว้นภาษีนิติบุคคลนานสูงสุด 13 ปี และยังมีสิทธิ์นำเข้าผู้เชี่ยวชาญต่างชาติได้อย่างถูกต้อง

แต่การขอ BOI ก็มีเงื่อนไขและข้อควรระวังที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2026 ที่หลายคนยังไม่รู้

ถ้าคุณกำลังวางแผนลงทุนในไทย หรือกังวลว่าโครงสร้างธุรกิจที่มีอยู่ "ถูกต้องพอ" แล้วหรือยัง — บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ


เรื่องของคุณหลี: ลงทุนถูกต้อง ได้ผลจริง — แต่ต้องรู้ก่อน

คุณหลี นักลงทุนชาวจีนวัย 44 ปี มีโรงงานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เมืองเซินเจิ้นมาสิบปี เขาเห็นสัญญาณชัดเจนว่าลูกค้าในยุโรปและอเมริกาต้องการซัพพลายเออร์ที่ไม่ใช่แหล่งผลิตในจีน เพราะผลจากสงครามการค้า

เขาเริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ในอาเซียน และไทยอยู่ในลิสต์อันดับต้น

แต่ก่อนที่คุณหลีจะได้ยื่นขอ BOI เขาได้คุยกับนายหน้าคนหนึ่งซึ่งเสนอให้ "จัดการโครงสร้างบริษัทให้เร็วกว่า" โดยใช้เพื่อนคนไทยถือหุ้น 51% แทน บอกว่าประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายกว่าขอ BOI มาก

คุณหลีเกือบจะตกลง เพราะขั้นตอน BOI ดูซับซ้อนในสายตาเขา

แต่โชคดีที่เขาปรึกษาทนายก่อน และได้รู้ว่าในปี 2568-2569 นี้ รัฐบาลไทยใช้ระบบ AI ตรวจจับโครงสร้างนอมินีโดยอัตโนมัติ มีผู้ถูกดำเนินคดีไปแล้ว 873 รายภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี และโทษคือจำคุกสูงสุด 3 ปีพร้อมถูกยึดกิจการ

เขาตัดสินใจเดินหน้าขอ BOI อย่างถูกต้อง และในที่สุดได้รับบัตรส่งเสริมสำหรับกิจการอิเล็กทรอนิกส์ในเขต EEC ได้รับยกเว้นภาษีนิติบุคคล 8 ปีเต็ม ถือหุ้น 100% โดยชอบกฎหมาย และไม่ต้องกังวลว่าจะมีหมายค้นมาเยือนในวันไหน

ถ้าคุณหลีรู้สิ่งที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ก่อน — เส้นทางสู่โรงงานในไทยของเขาจะสั้นกว่านี้อีกมาก


ความเข้าใจผิดที่แพร่หลายเกี่ยวกับการขอ BOI

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ "BOI ยุ่งยาก รอนาน และไม่คุ้มสำหรับโครงการขนาดกลาง ใช้โครงสร้างอื่นง่ายกว่า" — แต่นั่นคือความเชื่อที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสดีที่สุดในการลงทุนในไทยไปฟรีๆ

ความเชื่อผิด #1: "BOI เหมาะแค่กับโรงงานขนาดใหญ่ที่ลงทุนหลักพันล้าน"

ความจริง: เงินลงทุนขั้นต่ำที่ BOI กำหนดสำหรับโครงการทั่วไปคือเพียง 1 ล้านบาท หรือประมาณ 30,000 USD เท่านั้น ธุรกิจขนาดกลางในอุตสาหกรรมเป้าหมายสามารถขอรับการส่งเสริมได้จริง และได้ผลคุ้มค่ามาก

ความเชื่อผิด #2: "ขอ BOI แล้วก็ยังต้องมีหุ้นส่วนคนไทยอยู่ดี ไม่ต่างจากโครงสร้างเดิม"

ความจริง: บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI สามารถถือหุ้นต่างชาติ 100% ได้สำหรับกิจการส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องพึ่งนอมินีเลย นี่คือความแตกต่างหลักที่ทำให้ BOI เป็นทางเลือกที่ถูกกฎหมายอย่างแท้จริง

ความเชื่อผิด #3: "รอนานเป็นปีกว่าจะได้บัตรส่งเสริม ระหว่างนั้นทำอะไรไม่ได้"

ความจริง: กระบวนการพิจารณาของ BOI ใช้เวลาเฉลี่ย 45-90 วันนับจากวันที่เอกสารครบถ้วน ไม่ใช่ปี และในระหว่างรอ สามารถเตรียมโครงสร้างบริษัทและแผนการดำเนินงานให้พร้อมได้


สิทธิประโยชน์ BOI ที่คุณควรรู้ — และกฎหมายรองรับจริงทุกข้อ

สิทธิ์ที่ 1: ยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงสุด 13 ปี — ตัวเลขที่เปลี่ยนความคุ้มค่าของการลงทุนทั้งหมด

สิ่งที่คุณมีสิทธิ์ได้รับแต่อาจไม่รู้คือ — การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ที่ BOI มอบให้นั้นแตกต่างกันตามกลุ่มกิจการ และในบางกรณีสูงกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดไว้มาก

กลุ่ม A1+ ซึ่งเป็นกิจการนวัตกรรมขั้นสูงสุด ได้รับยกเว้น CIT นานถึง 10-13 ปีโดยไม่จำกัดวงเงิน กลุ่ม A1 และ A2 ได้รับยกเว้น 8 ปี กลุ่ม A3 ได้รับ 5 ปี และกลุ่ม A4 ได้รับ 3 ปี ทั้งหมดนี้ยังมีสิทธิ์ลดหย่อน CIT เพิ่มอีก 50% ในช่วง 5 ปีถัดไปสำหรับบางกิจการในพื้นที่ส่งเสริม

นอกจากนี้ยังได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบสำหรับการผลิตเพื่อส่งออก และยกเว้นภาษีเงินปันผลตลอดช่วงที่โครงการได้รับยกเว้น CIT

จุดสำคัญที่หลายคนพลาดคือ — ระยะเวลาการยกเว้น CIT เริ่มนับจาก วันที่มีรายได้ครั้งแรก ไม่ใช่วันที่ได้รับบัตรส่งเสริม ดังนั้นการบริหารจังหวะให้ถูกต้องคือหัวใจสำคัญ

ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ: โรงงานที่มีกำไรปีละ 20 ล้านบาท และอัตราภาษีปกติ 20% เมื่อได้รับ BOI กลุ่ม A1 หมายความว่าประหยัดภาษีได้ปีละ 4 ล้านบาท รวม 8 ปี คือ 32 ล้านบาท — นั่นคือตัวเลขที่เปลี่ยนสมการการลงทุนทั้งหมด


สิทธิ์ที่ 2: ถือหุ้น 100% โดยชอบกฎหมาย — ทางออกที่แท้จริงของปัญหานอมินี

สิ่งที่กฎหมายบอกว่าคุณทำได้คือ — บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI สามารถให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้สำหรับกิจการส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าวแยกต่างหาก

นี่คือสิ่งที่ทำให้ BOI แตกต่างจากการใช้นอมินีอย่างสิ้นเชิง เพราะ BOI คือการได้รับ สิทธิ์จริงตามกฎหมาย ไม่ใช่การเลี่ยงกฎโดยใช้คนอื่นถือหุ้นแทน ไม่มีความเสี่ยงทางอาญา ไม่มีความเสี่ยงที่โครงสร้างจะถูกตรวจพบและถูกยึดกิจการ

บริษัทที่ได้รับ BOI ยังมีสิทธิ์ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อใช้ในการประกอบกิจการได้ด้วย แม้จะมีข้อจำกัดใหม่ที่ประกาศในปี 2568 สำหรับกิจการบางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ สารเคมี และพลาสติกบางชนิด ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดเป็นรายกรณี

ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ: เมื่อได้รับ BOI แล้ว คุณบริหารกิจการด้วยตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าหุ้นส่วนคนไทยจะ "เปลี่ยนใจ" หรือมีปัญหาในอนาคต และไม่ต้องอธิบายโครงสร้างบริษัทให้ธนาคารหรือนักลงทุนต่างชาติอื่นๆ ที่อาจสงสัยในภายหลัง


สิทธิ์ที่ 3: สิทธิประโยชน์พิเศษใน EEC และ SEZ — ยิ่งถูกที่ ยิ่งได้มาก

สิ่งที่คุณมีสิทธิ์ได้รับเพิ่มเติมคือ — ถ้าโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ส่งเสริมพิเศษ สิทธิประโยชน์จะสูงกว่าพื้นที่ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นพื้นที่ที่ดึงดูดเงินลงทุนสูงถึง 246,555 ล้านบาทในปี 2568 เพียงปีเดียว โดยได้รับยกเว้น CIT สูงสุด 13 ปีบวกลดหย่อน 50% อีก 5 ปี

สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ทั้ง 10 จังหวัด คณะรัฐมนตรีอนุมัติลดภาษีนิติบุคคลเหลือเพียง 10% จากอัตราปกติ 20% เป็นระยะเวลา 10 รอบบัญชีต่อเนื่อง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2568

ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ: การเลือกพื้นที่ตั้งที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจเพิ่มมูลค่าสิทธิประโยชน์ภาษีได้อีกหลายสิบล้านบาทตลอดอายุโครงการ และเป็นสิ่งที่ควรวางแผนพร้อมกับการออกแบบโครงสร้างธุรกิจ


สิทธิ์ที่ 4: ขั้นตอนการขอ BOI — ชัดกว่าที่คิด ถ้ารู้ว่าต้องทำอะไร

สิ่งที่กฎหมายบอกว่าคุณทำได้คือ — ยื่นขอรับการส่งเสริมผ่านระบบออนไลน์ e-investment.boi.go.th โดยไม่ต้องไปเดินเรื่องด้วยตัวเองที่สำนักงาน

6 ขั้นตอนหลักที่ต้องทำ ได้แก่ ตรวจสอบว่ากิจการเข้าข่ายที่ BOI ส่งเสริมหรือไม่, เตรียมเอกสารหลักรวมถึง Business Plan และประมาณการทางการเงิน, ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์, รอการพิจารณาและอาจถูกเรียกสัมภาษณ์ภายใน 45-90 วัน, ตอบรับมติและออกบัตรส่งเสริม และปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับบัตรอย่างครบถ้วน

คำแนะนำที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนให้ไว้คือ "วางแผนโครงการก่อนจัดตั้งบริษัท" เพราะการจัดตั้งบริษัทก่อนมักนำไปสู่ปัญหาในการแยกกิจการ BOI ออกจากกิจการเดิมที่แก้ยากมากในภายหลัง

ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ: ถ้าเตรียมเอกสารครบและถูกต้องตั้งแต่ต้น กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งสั้นกว่าที่หลายคนกลัว


ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์นี้อยู่ — ทำสิ่งนี้ก่อน

✅ ควรทำ:

✅ ตรวจสอบว่าธุรกิจที่วางแผนไว้อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของ BOI หรือไม่ — กลุ่มหลักที่ BOI ให้ความสำคัญสูงสุดในปี 2026 ได้แก่ ดิจิทัลและ Data Center, อิเล็กทรอนิกส์, EV และยานยนต์สมัยใหม่, พลังงานทางเลือก และการแพทย์

✅ วางแผนโครงสร้างบริษัทก่อนจดทะเบียน — เพราะการเริ่มลงทุนก่อนได้รับอนุมัติ BOI จะทำให้เสียสิทธิ์ทันที การปรึกษาทนายในขั้นนี้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในภายหลังได้มาก

✅ ตรวจสอบข้อจำกัดใหม่ปี 2568 สำหรับอุตสาหกรรมโลหะ เคมี และพลาสติก — ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ มีข้อจำกัดสิทธิ์การถือที่ดินใหม่ที่ต้องพิจารณาก่อนยื่นขอ

✅ ถ้ามีพนักงานต่างชาติมากกว่า 30% ในโครงการภาคการผลิต — ต้องวางแผนปรับสัดส่วนให้ถึง 70% คนไทยภายในกำหนด เพราะกฎใหม่ประกาศ ป.8/2568 มีผลบังคับแล้ว

✅ ประเมินสถานการณ์กับผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ — เพราะ BOI มีหลายกลุ่มและหลายพื้นที่ที่ได้สิทธิ์ต่างกัน การวางแผนกับทนายที่เชี่ยวชาญจะช่วยให้ได้รับสิทธิ์สูงสุดที่โครงการมีสิทธิ์ได้รับ

❌ ห้ามทำเด็ดขาด:

❌ ห้ามเริ่มลงทุนหรือซื้อเครื่องจักรก่อนได้รับอนุมัติ BOI — เพราะ BOI กำหนดชัดเจนว่าต้องเป็นการลงทุนใหม่เท่านั้น การเริ่มก่อนจะทำให้โครงการทั้งหมดเสียสิทธิ์โดยไม่มีทางแก้

❌ ห้ามใช้โครงสร้างนอมินีระหว่างรอ BOI — เพราะถ้าถูกตรวจพบระหว่างรอ ไม่เพียงแต่โดนคดีนอมินี แต่ยังกระทบโอกาสได้รับ BOI ด้วย ความเสี่ยงสองต่อในเวลาเดียวกัน

❌ ห้ามเชื่อข้อมูล BOI จากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ — เพราะเกณฑ์และสิทธิประโยชน์เปลี่ยนแปลงบ่อยมาก ข้อมูลเก่าอาจทำให้วางแผนผิดและพลาดสิทธิ์ที่ควรได้

❌ ห้ามลืมปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับบัตรส่งเสริม — เช่น การยื่นขอใช้สิทธิยกเว้น CIT ต้องทำภายใน 120 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี ถ้าพลาดกำหนด สิทธิ์ในปีนั้นจะหายไปทันที


ทำไมถึงเลือกไทยจีน ลอว์เฟิร์ม สำหรับการขอ BOI และวางโครงสร้างการลงทุน

เราที่ ไทยจีน ลอว์เฟิร์ม เชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเราทำงานอยู่ที่จุดตัดระหว่างนักลงทุนจีนและระบบกฎหมายไทยมาโดยตลอด เราเข้าใจว่าหลายคนเคยได้ยินเรื่อง BOI แต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์หรือไม่ หรือกังวลว่ากระบวนการจะยุ่งยากเกินไป และเราเคยช่วยนักลงทุนผ่านจุดนั้นมาแล้วหลายราย

สิ่งที่เราจะบอกคุณตรงๆ คือ — ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะได้รับ BOI และไม่ใช่ทุกกลุ่มที่จะได้สิทธิ์สูงสุด เราจะประเมินให้ตรงๆ ว่าโครงการของคุณเข้าข่ายกลุ่มไหน ได้สิทธิ์อะไรบ้าง และมีทางออกอื่นที่เหมาะกว่าหรือไม่ — ก่อนที่คุณจะตัดสินใจใดๆ

สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อพูดคุยกับ ไทยจีน ลอว์เฟิร์ม: — ตรวจสอบว่าธุรกิจที่วางแผนไว้เข้าข่าย BOI กลุ่มไหนและได้สิทธิ์อะไรบ้าง — วางโครงสร้างบริษัทให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้รับสิทธิ์เต็มที่ที่ BOI มอบให้ — เตรียม Business Plan และเอกสารให้พร้อมสำหรับการยื่นคำขอ — สื่อสารได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น

เราไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อขายบริการ — เราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง


ขั้นตอนต่อไปที่ง่ายที่สุดสำหรับคุณ

ถ้าคุณกำลังวางแผนลงทุนในไทย หรือมีโครงสร้างธุรกิจอยู่แล้วและต้องการตรวจสอบว่าสามารถยื่นขอ BOI ได้หรือไม่ — ขั้นตอนแรกง่ายมาก แค่คุยกันก่อน

การโทรมาปรึกษาครั้งแรกไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด เล่าแผนธุรกิจให้ฟังคร่าวๆ และเราจะบอกตรงๆ ว่ามีสิทธิ์ขอ BOI หรือไม่ กลุ่มไหน และต้องเตรียมอะไรบ้าง

ติดต่อ ไทยจีน ลอว์เฟิร์ม ได้เลยทันที:

📞 โทรปรึกษาได้เลย: 065-431-6810 

📱 Line: @thaichineselawfirm 

📧 Email: Aekarat@thaichineselawfirm.co.th

ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีทางเลือกมากกว่า — อย่าปล่อยให้ความไม่แน่ใจทำให้คุณพลาดสิทธิประโยชน์ BOI ที่มีมูลค่าสูงกว่าที่คิดไว้มาก


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอ BOI สำหรับนักลงทุนต่างชาติ

Q: ธุรกิจร้านอาหารหรือท่องเที่ยวขอ BOI ได้ไหม? A: กลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของ BOI ครับ BOI เน้นอุตสาหกรรมการผลิต เทคโนโลยี พลังงาน และการแพทย์เป็นหลัก ถ้าต้องการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวหรืออาหาร มีช่องทางอื่นที่ถูกกฎหมาย เช่น Foreign Business License ที่เหมาะสมกว่า

Q: ถ้าจดทะเบียนบริษัทไปแล้ว ยังขอ BOI ย้อนหลังได้ไหม? A: ได้บางส่วนครับ แต่ BOI จะส่งเสริมเฉพาะ "โครงการใหม่" ที่ยังไม่เริ่มลงทุนเท่านั้น ถ้าบริษัทมีอยู่แล้วแต่จะเปิดสายการผลิตใหม่หรือขยายโครงการ ยังยื่นขอได้ แต่ต้องแยกบัญชีกิจการ BOI ออกจากกิจการเดิมให้ชัดเจน

Q: BOI กับ SEZ ต่างกันยังไง ควรเลือกแบบไหน? A: BOI คือการส่งเสริมตามประเภทกิจการ ส่วน SEZ คือสิทธิ์ตามพื้นที่ตั้ง ทั้งสองอาจใช้ร่วมกันได้ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและที่ตั้ง การเลือกควรพิจารณาทั้งสองปัจจัยพร้อมกันตั้งแต่ขั้นวางแผน เพราะส่งผลต่อสิทธิ์ภาษีรวมสุทธิที่จะได้รับ

Q: นักลงทุนจีนที่อยากนำพนักงานจีนมาทำงานด้วยต้องทำอย่างไร? A: บริษัทที่ได้รับ BOI สามารถนำเข้าช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติได้ แต่ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 โครงการภาคการผลิตที่มีพนักงานรวมเกิน 100 คน ต้องมีพนักงานไทยอย่างน้อย 70% และมีเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำสำหรับพนักงานต่างชาติแต่ละระดับด้วย

Q: จะเริ่มต้นปรึกษาทนายเรื่องการขอ BOI ต้องทำอย่างไร? A: ติดต่อ ไทยจีน ลอว์เฟิร์ม ได้โดยตรงเลยครับ ทาง โทร 065-431-6810, Line: @thaichineselawfirm หรือ Email: Aekarat@thaichineselawfirm.co.th การปรึกษาครั้งแรกไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น

Powered by Froala Editor

Scroll