ลูกความได้ทำสัญญาประกันชีวิตและสุขภาพไว้ โดยชำระเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอเป็นรายปี ต่อมามีอาการเจ็บบริเวณท้องน้อยและเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลจนพบเนื้องอกมดลูกร่วมกับซีสต์ที่รังไข่ แพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาโดยเร็ว โดยมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 180,000 บาท ในเบื้องต้นประกันกลุ่มจากที่ทำงานได้ช่วยจ่ายไปแล้วบางส่วนประมาณ 92,000 บาท ส่วนที่เหลือประมาณ 88,000 บาท ลูกความจึงยื่นเรื่องเบิกกับบริษัทประกันที่ตนทำไว้
การถูกบอกล้างสัญญาในวันที่จำเป็นต้องใช้ความคุ้มครอง สร้างความกังวลใจและผลกระทบทางการเงินแก่ผู้เอาประกันอย่างมาก
เมื่อลูกความนำเอกสารเข้ามาขอคำปรึกษา ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm ได้เข้ามารับฟังข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารเชิงลึกใน 3 ด้าน:
ตรวจเช็กประวัติการรักษาย้อนหลังหลายปี พบว่าลูกความไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีก้อนเนื้อหรือซีสต์ และไม่เคยมีประวัติการรักษาโรคร้ายแรงตามที่บริษัทประกันกล่าวอ้าง
ตรวจคำถามสุขภาพในใบคำขอ พบว่าลูกความได้ตอบคำถามอย่างสุจริตใจตามที่ตนรับรู้ในขณะนั้นทุกประการ และระยะเวลาการเกิดโรคพ้นช่วงเวลารอคอยตามสัญญาแล้ว
ยกร่างคำฟ้องและยื่นฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคต่อศาล ทุนทรัพย์ 88,739.55 บาท พร้อมดอกเบี้ย เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับให้บริษัทประกันปฏิบัติตามสัญญา
การที่ศาลรับคำฟ้องไม่ได้แปลว่าคดีจบลงทันที แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ทีมทนายความต้องบริหารจัดการและติดตามอย่างใกล้ชิด:
เมื่อบริษัทประกันยืนยันจะสู้คดีในศาลและไม่ยอมไกล่เกลี่ย การตั้งรับด้วยเอกสารบนโต๊ะอาจไม่เพียงพอ ติดตามเบื้องหลังการลงพื้นที่ประสานงานและเตรียมพยานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล
อ่านบทความตอนที่ 2 ต่อทันที →หากคุณมีข้อพิพาทกับบริษัทประกัน ได้รับหนังสือปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม หรือถูกบอกเลิกกรมธรรม์โดยไม่แน่ใจว่าเป็นธรรมหรือไม่ สามารถส่งเอกสารเบื้องต้นมาให้ทีมทนายเราช่วยประเมินแนวทางได้ครับ
สำหรับผู้ที่ต้องการ ปรึกษาปัญหากฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่ สามารถดู บริการเพิ่มเติม (EN) หรือ ปรึกษาทนายความไทย–จีนในเชียงใหม่ (ZH) ได้