รายละเอียดผลงาน
  • วันที่ 12 September 2026
  • หมวดหมู่ ความคืบหน้าคดี
  • สถานที่ กรุงเทพมหานคร

คดีประกันปฏิเสธเคลม อ้างปกปิดประวัติสุขภาพ หลังศาลรับฟ้อง ทนายลงพื้นที่เตรียมพยานแพทย์



CONSUMER PROTECTION & INSURANCE LITIGATION (CASE UPDATE • ตอนที่ 2)

ประกันปฏิเสธเคลม อ้างปกปิดประวัติสุขภาพ
หลังฟ้องคดีแล้ว ทำไมทนายต้องเดินทางไปพบแพทย์ผู้ตรวจรักษาด้วยตนเอง

"ประเด็นไม่ได้อยู่เพียงว่าเคยรักษาหรือไม่ แต่บริษัทประกันยกเรื่องสุขภาพก่อนทำสัญญาขึ้นปฏิเสธความรับผิด ข้อมูลจากผู้ตรวจรักษาจึงเป็นหัวใจที่ต้องนำเข้าสู่ศาลโดยตรง"

หลังจาก Thai Chinese Law Firm ยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคกรณีบริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมและบอกล้างสัญญา คดีเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญคือการเตรียมพยานสำหรับการสืบต่อหน้าศาล หลังบริษัทประกันยืนยันต่อสู้คดี ทีมทนายความจึงขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานแพทย์จาก 2 สถาบัน และเดินทางไปส่งหมายพร้อมประสานกับแพทย์ด้วยตนเอง

📌 ย้อนอ่านตอนที่ 1:  ยื่นฟ้องคดีผู้บริโภค กรณีข้อพิพาทประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
(ตอนแรกกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของข้อพิพาท ตั้งแต่การตรวจพบก้อนเนื้อ การผ่าตัดรักษา การถูกบริษัทประกันปฏิเสธเคลมและบอกล้างกรมธรรม์ จนถึงการตัดสินใจยื่นฟ้องเป็นคดีผู้บริโภค)

ที่มาของคดี: ผ่าตัดก้อนเนื้อ แต่บริษัทประกันบอกล้างสัญญา

ลูกความทำประกันชีวิตและสุขภาพไว้ก่อนเกิดข้อพิพาท ต่อมาตรวจพบก้อนเนื้อบริเวณปากมดลูกและแพทย์เห็นว่าจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษา เมื่อมีการเรียกร้องค่าสินไหมตามกรมธรรม์ บริษัทประกันภัยกลับปฏิเสธความรับผิด พร้อมบอกล้างสัญญาและคืนเบี้ยประกัน โดยให้เหตุผลว่าผู้เอาประกันไม่ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพก่อนทำสัญญา

ลูกความจึงนำเรื่องมาปรึกษาและมอบหมายให้ Thai Chinese Law Firm ดำเนินคดีผู้บริโภคเพื่อเรียกร้องสิทธิตามสัญญาประกันภัย

*(เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ บทความนี้จะไม่เปิดเผยชื่อคู่ความ ชื่อแพทย์ เลขคดี จำนวนเงินที่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังบุคคล ตลอดจนรายละเอียดในเวชระเบียนที่ไม่จำเป็นต่อการอธิบายกระบวนการดำเนินคดี)*

หลังยื่นฟ้อง บริษัทประกันยืนยันต่อสู้คดี

ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm ยื่นคำฟ้องคดีผู้บริโภคต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมตามสัญญาประกันภัย หลังจากนั้นศาลกำหนดกระบวนการไกล่เกลี่ยและให้ฝ่ายบริษัทประกันภัยจัดทำคำให้การต่อสู้คดี

การไกล่เกลี่ยครั้งแรกยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากฝ่ายบริษัทประกันขอเวลาเพื่อจัดทำคำให้การ ก่อนที่คดีจะเข้าสู่การไกล่เกลี่ยอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม

ในการไกล่เกลี่ยรอบต่อมา บริษัทประกันภัยยืนยันว่าจะต่อสู้คดีและนำพยานเข้าสืบต่อศาล คดีจึงเดินหน้าสู่ขั้นตอนเตรียมพยานของทั้งสองฝ่าย

ทำไมแพทย์ผู้ตรวจรักษาจึงเป็นพยานคนสำคัญ:  เมื่อบริษัทประกันนำเรื่องประวัติสุขภาพมาใช้เป็นเหตุบอกล้างสัญญา ข้อมูลจากผู้ที่ตรวจรักษาจริงย่อมมีส่วนช่วยให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงทางการแพทย์จากแหล่งข้อมูลโดยตรง แทนที่จะอาศัยเพียงการตีความเอกสารของคู่ความแต่ละฝ่าย
LITIGATION PROCEDURE & MEDICAL WITNESS

ทำไมคดีนี้ต้องขอหมายเรียกแพทย์ถึง 2 สถาบัน

ในคดีประกันภัยที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ เอกสารทางการแพทย์มีรายละเอียดที่บุคคลทั่วไปอาจตีความเองได้ไม่ครบ คำในเวชระเบียน วันที่เข้ารับการตรวจ ลักษณะการรักษา หรือช่วงเวลาที่แพทย์ตรวจพบความผิดปกติ อาจมีผลต่อข้อเท็จจริงที่คู่ความแต่ละฝ่ายนำเสนอต่อศาล การมีเอกสารอยู่ในสำนวนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพิสูจน์ แต่ในบางประเด็น ศาลอาจต้องรับฟังคำอธิบายจากแพทย์ผู้เกี่ยวข้องกับการตรวจรักษาโดยตรง

ตรงนี้มีความแตกต่างจากการ "ขอเวชระเบียน" เพราะการเรียกแพทย์มาเป็นพยานมีวัตถุประสงค์ให้แพทย์มาให้ข้อเท็จจริงในส่วนที่ตนมีความรู้จากการตรวจหรือรักษา และตอบคำถามในประเด็นทางการแพทย์ต่อศาล:

🏥 ลงพื้นที่แห่งแรก: ส่งหมายและเข้าพบแพทย์ผู้ตรวจรักษา

หลังศาลออกหมายเรียกพยาน ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ทนายความเดินทางไปยังโรงพยาบาลแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำหมายเรียกพยานไปส่งตามขั้นตอน และเข้าพบแพทย์ผู้เกี่ยวข้องกับการรักษา เพื่ออธิบายที่มาของคดีและประเด็นที่แพทย์ถูกเรียกไปเบิกความ

ขั้นตอนนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้แพทย์ "ช่วยฝ่ายใด" หรือให้แพทย์รับรองข้อกล่าวอ้างของลูกความ สิ่งที่ต้องการคือให้พยานทราบว่าเหตุใดจึงได้รับหมายเรียก คดีเกี่ยวข้องกับการตรวจรักษาส่วนใด และเมื่อถึงวันสืบพยาน ศาลต้องการรับฟังข้อเท็จจริงในส่วนที่อยู่ในความรู้ของแพทย์อย่างไร เพื่อให้แพทย์เบิกความตามข้อเท็จจริงจริง

นี่คือรายละเอียดของการทำคดีจริง ที่ไม่ใช่แค่ส่งเอกสารแล้วรอวันนัด แต่ต้องประสานให้พยานเข้าใจบริบทอย่างถูกต้อง
🏥 ลงพื้นที่แห่งที่สอง: ส่งหมายเรียกพยานแพทย์อีกสถาบัน

วันต่อมา ทนายความเดินทางไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งหมายเรียกพยานแพทย์จากสถาบันแห่งที่สอง

การเรียกพยานมากกว่าหนึ่งแห่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้แพทย์จำนวนมากในทุกคดี แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละสถานพยาบาลมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทส่วนใด สำหรับคดีนี้ ข้อมูลการตรวจรักษาจากทั้งสองแห่งมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่บริษัทประกันหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ จึงต้องเตรียมพยานให้ครอบคลุมข้อเท็จจริงที่ต้องนำเสนอต่อศาล

เอกสารและภาพถ่ายจากการลงพื้นที่ได้รับการปกปิดข้อมูลระบุตัวตนทั้งหมด เหลือเพียงภาพขั้นตอนการทำงานจริง

การเตรียมพยานแพทย์ต่างจากการ "สอนพยาน" อย่างไร

จุดนี้เป็นเรื่องที่คนทั่วไปมักสงสัยเมื่อเห็นว่าทนายเดินทางไปพบพยานก่อนวันสืบ

หน้าที่ของทนายความ คือแจ้งให้พยานทราบว่าคดีเกี่ยวกับเรื่องใด เหตุใดพยานจึงถูกเรียก และประเด็นใดในข้อเท็จจริงที่อาจถูกถามต่อศาล แต่คำตอบของแพทย์ต้องมาจากข้อเท็จจริงและความรู้ทางการแพทย์ของแพทย์เอง

ทนายความไม่สามารถกำหนดให้แพทย์ตอบในลักษณะใดเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนได้ เพราะเมื่อเข้าสู่การสืบพยาน แพทย์อาจถูกถามทั้งจากทนายความฝ่ายที่อ้างพยาน จากคู่ความอีกฝ่าย และจากศาล

สิ่งที่ทนายทำได้คือเตรียมโครงของประเด็นให้ชัด เพื่อให้การถามพยานอยู่ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท และไม่เสียเวลาพยานไปกับข้อมูลที่ไม่มีผลต่อคดี

สิ่งที่เห็นจากคดีนี้: ข้อพิพาทประกันสุขภาพไม่ได้จบที่หนังสือปฏิเสธเคลม

เมื่อบริษัทประกันออกหนังสือปฏิเสธและบอกล้างกรมธรรม์ ผู้เอาประกันอาจรู้สึกว่าบริษัทได้ตัดสินเรื่องนี้ไปแล้ว แต่หากผู้เอาประกันไม่เห็นด้วย เหตุที่บริษัทประกันนำมาอ้างยังสามารถถูกนำมาตรวจสอบในกระบวนการยุติธรรมได้

คดีลักษณะนี้ต้องกลับไปดูว่า บริษัทประกันอาศัยข้อมูลอะไรเป็นเหตุปฏิเสธ สิ่งที่ปรากฏในประวัติการรักษาหมายความอย่างไร และมีพยานบุคคลใดที่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงส่วนนั้นต่อศาลได้ จึงไม่ควรดูเพียงข้อความในหนังสือปฏิเสธเคลมหรือข้อความบางบรรทัดจากเวชระเบียนแยกออกจากบริบททั้งหมด

หากถูกปฏิเสธเคลมโดยอ้าง "ปกปิดประวัติสุขภาพ" ควรเก็บอะไรไว้

  • เก็บเอกสารจากบริษัทประกันให้ครบ: ใบคำขอเอาประกัน กรมธรรม์ หนังสือแจ้งผลเคลม หนังสือบอกล้างสัญญา และเอกสารที่บริษัทอ้างถึง
  • เก็บประวัติการตรวจหรือรักษาจากสถานพยาบาล: เพื่อย้อนกลับไปดูว่าได้รับการตรวจอะไร เมื่อใด และแพทย์เคยแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพไว้อย่างไร
  • อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารยอมรับหรือสละสิทธิ: หากยังไม่เข้าใจว่าบริษัทประกันใช้เหตุใดในการปฏิเสธความรับผิด

รายละเอียดเหล่านี้ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละกรมธรรม์และแต่ละคดี ไม่สามารถตัดสินจากคำว่า "เคยรักษามาก่อน" เพียงประโยคเดียวได้

สถานะปัจจุบันของคดี

หลังจากบริษัทประกันยืนยันต่อสู้คดี ฝ่ายลูกความได้ดำเนินการขอหมายเรียกและประสานพยานแพทย์จาก 2 สถาบันเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำพยานของทั้งสองฝ่ายเข้าสืบต่อศาลตามวันนัด เพื่อให้ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนมีคำวินิจฉัย

*(เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา Thai Chinese Law Firm จึงยังไม่เผยแพร่ข้อสรุปเกี่ยวกับผลคดี และจะนำเสนอเฉพาะขั้นตอนที่เกิดขึ้นจริงและสามารถเปิดเผยได้เท่านั้น หากมีความคืบหน้าจะนำมาอัปเดตต่อในตอนถัดไป)*

บริการที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้

Thai Chinese Law Firm ให้บริการดำเนินคดีผู้บริโภคและข้อพิพาทเกี่ยวกับประกันภัย ตั้งแต่การพิจารณาหนังสือปฏิเสธความรับผิด ข้อมูลกรมธรรม์และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการดำเนินคดีและเตรียมพยานเมื่อข้อพิพาทเข้าสู่ศาล การดำเนินการแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับประเภทของประกัน เหตุที่บริษัทประกันปฏิเสธ เอกสารที่มีอยู่ และสถานะของเรื่องในขณะนั้น

THAI CHINESE LAW FIRM

ถูกปฏิเสธเคลม หรือบริษัทประกันบอกล้างกรมธรรม์?

สามารถเล่าสถานการณ์เบื้องต้นว่าเป็นประกันประเภทใด เกิดเหตุอะไร และบริษัทประกันแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธอย่างไรให้ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm พิจารณาข้อมูลเบื้องต้นได้

หากมีหนังสือจากบริษัทประกัน กรมธรรม์ หรือเอกสารที่คิดว่าเกี่ยวข้อง สามารถแนบส่วนที่มีอยู่มาพร้อมกัน หลังเห็นข้อเท็จจริงเบื้องต้น ทางสำนักงานจะแจ้งว่าจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนใดเพิ่มเติม

💬 WeChat: Thailaw999
*หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอความคืบหน้าจากคดีจริง โดยปกปิดชื่อ บุคคล ข้อมูลสุขภาพ เลขคดี รายละเอียดทางการเงิน และข้อมูลอื่นที่อาจทำให้ระบุตัวตนของผู้เกี่ยวข้องได้ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เนื้อหานี้จึงไม่ใช่การสรุปผลคดีหรือรับประกันผลของข้อพิพาทอื่น
คดีประกันปฏิเสธเคลม อ้างปกปิดประวัติสุขภาพ หลังศาลรับฟ้อง ทนายลงพื้นที่เตรียมพยานแพทย์
Scroll