
ที่มาและปัญหาของลูกความ
คดีนี้เป็นคดีต่อเนื่องจากข้อพิพาททางธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายและจัดหาวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ เครื่องจักร และแรงงานในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งเดิมลูกความได้ดำเนินคดีต่อศาลเพื่อเรียกร้องหนี้ทางธุรกิจจากคู่สัญญา ในชั้นศาล คู่กรณีฝ่ายจำเลยได้ยอมรับว่าเป็นหนี้จริง และมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยตกลงชำระหนี้คืนให้แก่ลูกความเป็นงวด ๆ ตามกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ตาม หลังจากมีสัญญายอมแล้ว จำเลยได้ชำระเงินเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะการชำระในงวดแรก หลังจากนั้นเริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ เช่น ชำระไม่ตรงกำหนด ชำระไม่ครบ และบางงวดไม่ชำระเลย ลูกความจึงกลับมาปรึกษา บริษัท ไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม จำกัด เพื่อให้ทีมทนายตรวจสอบสิทธิและวางแนวทางดำเนินการต่อในขั้นตอนบังคับคดี
แนวทางและกลยุทธ์ทางกฎหมายของทีม
ทีมทนายความได้ตรวจสอบสัญญายอม เงื่อนไขการชำระหนี้ และข้อกำหนดเรื่องการผิดนัดอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าลูกความสามารถใช้สิทธิในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่
แนวทางการดำเนินงานของทีมประกอบด้วย
ตรวจสอบเงื่อนไขผิดนัดในสัญญายอม
ทีมทนายตรวจสอบพบว่า ในสัญญายอมมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า หากจำเลยผิดนัดงวดหนึ่งงวดใด หรือชำระไม่ครบในงวดใด ให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด เงื่อนไขนี้จึงเป็นฐานสำคัญในการดำเนินการขั้นต่อไป
ประเมินสิทธิในการบังคับคดี
เมื่อจำเลยผิดนัดตามสัญญายอม ลูกความในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธิดำเนินการบังคับคดี เพื่อให้ได้รับชำระหนี้ตามที่ตกลงไว้ในศาล
สืบทรัพย์และสืบบัญชีธนาคารของจำเลย
ทีมทนายดำเนินการสืบทรัพย์และตรวจสอบบัญชีธนาคารของจำเลย เพื่อค้นหาทรัพย์สินหรือเงินฝากที่สามารถนำมาใช้บังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้
ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคาร
ภายหลังการสืบทรัพย์ พบว่าจำเลยมีบัญชีธนาคารกับ Bank of China สาขาในประเทศไทย ทีมทนายจึงดำเนินการยื่นคำร้องเพื่ออายัดบัญชีเงินฝากของจำเลยตามขั้นตอนของสำนักงานบังคับคดี
ติดตามผลกับสำนักงานบังคับคดี
หลังจากดำเนินการตามขั้นตอน เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รายงานผลการอายัดบัญชี โดยพบว่าสามารถอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องได้ และคดีเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำบัญชีเพื่อดำเนินการจ่ายเงินหรือเช็คให้แก่ลูกความตามกระบวนการต่อไป
ผลการดำเนินงานในขั้นตอนนี้
ในขั้นตอนบังคับคดี ทีมทนายสามารถดำเนินการสืบทรัพย์และยื่นอายัดบัญชีธนาคารของจำเลยได้ โดยพบเงินในบัญชีที่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีได้ คดีนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีสัญญายอมในศาลแล้ว หากลูกหนี้ยังผิดนัด เจ้าหนี้ไม่ควรหยุดเพียงการรอชำระเงิน แต่ควรตรวจสอบสิทธิและดำเนินการบังคับคดีอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียโอกาสในการติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้
บทเรียนสำคัญจากคดีนี้
การทำสัญญายอมในศาล ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะได้รับเงินครบโดยอัตโนมัติ หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข เจ้าหนี้ยังต้องดำเนินการต่อในชั้นบังคับคดี
สิ่งที่เจ้าหนี้ควรตรวจสอบเมื่อมีสัญญายอมแล้วลูกหนี้ผิดนัด ได้แก่
ในทางปฏิบัติ หากปล่อยเวลานานเกินไป ลูกหนี้อาจยักย้ายทรัพย์สิน หรือทำให้การติดตามหนี้ยากขึ้น ดังนั้น เมื่อพบว่าลูกหนี้ผิดนัดตามสัญญายอม เจ้าหนี้ควรรีบปรึกษาทนายเพื่อประเมินสิทธิและวางแผนบังคับคดีให้ทัน
บริการที่เกี่ยวข้องในคดีนี้
สืบทรัพย์และบังคับคดี
ดำเนินการภายหลังมีคำพิพากษาหรือสัญญายอม เช่น สืบทรัพย์ ยึดทรัพย์ อายัดบัญชี และติดตามขั้นตอนกับสำนักงานบังคับคดี
คดีแพ่งและข้อพิพาททางธุรกิจ
ดูแลคดีผิดสัญญา เรียกชำระหนี้ และข้อพิพาทระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจ
คดีลูกหนี้–เจ้าหนี้
วางแนวทางตั้งแต่การทวงถาม ฟ้องคดี ทำสัญญายอม ไปจนถึงการติดตามทรัพย์สินในชั้นบังคับคดี
*เนื้อหานี้เป็นการสรุปขั้นตอนการดำเนินงานและความคืบหน้าของคดีจากข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ไม่ใช่การรับประกันผลของคดีอื่น ทั้งนี้ ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร พยานหลักฐาน ทรัพย์สินของลูกหนี้ และขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองข้อมูลของคู่ความและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดบางส่วนในเอกสารประกอบได้ถูกปกปิดไว้แล้ว
มีสัญญายอมแล้ว แต่ลูกหนี้ยังผิดนัดชำระ?
มีคำพิพากษาแล้ว แต่อีกฝ่ายยังไม่จ่ายเงิน?
ทีมทนายความของเราสามารถช่วยตรวจสิทธิ สืบทรัพย์ อายัดบัญชี และดำเนินการบังคับคดีตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิได้อย่างเป็นระบบ
📞 โทร 065-431-6810.
💬 Line: https://lin.ee/9tULV0A
💬 Line: @thaichineselawfirm
💬 WeChat: Thailaw999
🌐 บริษัท ไทย จีน ลอว์ เฟิร์ม จำกัด
33 อาคารไอทีเอฟ สีลม พาเลส ชั้น G ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor