วันเกิดเหตุ
1 มิถุนายน 2568
ข้อเสนอของประกัน
ประมาณ 4,000 บาท
ค่าซ่อมที่ตรวจพบ
ประมาณ 200,000 บาท
ยอดเงินต้นตามคำพิพากษา
ประมาณ 308,490.60 บาท
อุบัติเหตุรถยนต์หลายกรณี เมื่อพิจารณาจากภายนอกอาจดูเหมือนเป็นความเสียหายเล็กน้อย มีเพียงรอยสีถลอกรอบตัวถังหรือร่องรอยบุบที่กันชนท้าย ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แต่ความเสียหายที่แท้จริงอาจอยู่ในระบบกลไกภายใน เช่น ระบบเกียร์ ระบบส่งกำลัง หรือโครงสร้างชิ้นส่วนสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจสอบโดยศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญจึงจะทราบขอบเขตความเสียหาย
กรณีนี้เป็นคดีละเมิดและประกันภัยรถยนต์ที่ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ หลังลูกความถูกชนท้ายขณะจอดติดไฟแดง แต่บริษัทประกันภัยของฝ่ายคู่กรณีเสนอชดใช้ค่าสินไหมเบื้องต้นเพียงประมาณ 4,000 บาท
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ลูกความจอดรถนิ่งอยู่ตามสัญญาณไฟจราจร โดยเข้าเกียร์ P ไว้ตามปกติ จากนั้นรถของคู่กรณีได้ขับมาชนบริเวณท้ายรถ หลังเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายเรียกบริษัทประกันภัยเข้าตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
บริษัทประกันภัยตรวจสอบจากสภาพภายนอกและพบร่องรอยสีถลอก จึงประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไว้ในวงเงินประมาณ 4,000 บาท
ภายหลังเกิดเหตุ ลูกความพบอาการผิดปกติในระบบขับเคลื่อน โดยมีอาการเกียร์กระตุกอย่างรุนแรง จึงบันทึกคลิปวิดีโออาการผิดปกติไว้และนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพอย่างละเอียด
ศูนย์บริการตรวจพบความเสียหายในระบบส่งกำลังซึ่งเกี่ยวข้องกับแรงกระแทก และออกใบเสนอราคาค่าซ่อมแซมประมาณ 200,000 บาท
เมื่อลูกความนำผลตรวจและใบเสนอราคาไปเรียกร้องต่อบริษัทประกันภัย แต่อีกฝ่ายยังคงเสนอชดใช้ประมาณ 4,000 บาท ลูกความจึงมอบหมายให้ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm ตรวจสอบเอกสารและดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย
ประกันเสนอค่าสินไหมต่ำกว่าความเสียหายที่ตรวจพบ?
ส่งภาพถ่าย วิดีโอ ใบเสนอราคาค่าซ่อม รายงานตรวจสภาพ และหนังสือจากบริษัทประกันให้ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm ช่วยตรวจประเด็นและประเมินแนวทางเบื้องต้นได้ครับ
📞 โทรปรึกษา 💬 เพิ่มเพื่อน Lineเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล เพื่อนำพยานหลักฐานทางเทคนิคเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยมุ่งนำเสนอว่าความเสียหายในระบบภายในมีความเกี่ยวข้องกับแรงกระแทกจากอุบัติเหตุครั้งนี้
พยานหลักฐานสำคัญที่จัดเตรียมเพื่อนำเสนอในคดี ได้แก่
ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้ว มีคำพิพากษาให้ฝ่ายจำเลยร่วมกันรับผิดชำระค่าเสียหายแก่ลูกความ โดยมีรายการสำคัญดังนี้
จำนวน 195,490.60 บาท
อัตราร้อยละ 5 ต่อปี จากต้นเงิน 190,345.13 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำนวน 97,000 บาท
เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง ต่อเนื่องไม่เกิน 6 เดือน
จำนวน 10,000 บาท
สรุปยอดเงินต้นตามคำพิพากษา
ยอดดังกล่าวคำนวณรวมค่าขาดประโยชน์ต่อเนื่องสูงสุด 6 เดือนแล้ว และยังไม่รวมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาที่คำนวณต่อไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
ภายหลังศาลมีคำพิพากษา ฝ่ายจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินโดยสมัครใจ ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm จึงดำเนินการต่อในขั้นตอนบังคับคดี โดยจัดทำคำขอที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมสืบทรัพย์ อายัดบัญชี หรือยึดทรัพย์ตามกระบวนการกฎหมาย
การมีคำพิพากษาเป็นขั้นตอนสำคัญ แต่หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ชำระโดยสมัครใจ เจ้าหนี้ยังต้องตรวจสอบทรัพย์สินและดำเนินการบังคับคดีต่อ เพื่อให้คำพิพากษาเกิดผลในทางปฏิบัติ
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารความเสียหาย และประเมินแนวทางเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
ตรวจข้อเสนอค่าสินไหม หนังสือปฏิเสธความรับผิด และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายจริง
ตรวจสิทธิหลังมีคำพิพากษา สืบทรัพย์ และดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ตามขั้นตอน
📩 ติดต่อ Thai Chinese Law Firm
ส่งภาพถ่าย วิดีโอ ใบเสนอราคาค่าซ่อม รายงานตรวจสภาพ หนังสือจากบริษัทประกัน หรือคำพิพากษาให้ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm ช่วยตรวจเอกสารและประเมินแนวทางเบื้องต้นได้ครับ
📧 Email: Aekarat@thaichineselawfirm.co.th
💬 WeChat ID: Thailaw999
🌐 Thai Chinese Law Firm
📍 33 อาคารไอทีเอฟ สีลม พาเลส ห้องเลขที่ 160/06 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นกรณีศึกษาจากงานคดีจริง โดยมีการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดที่อาจระบุตัวตนของคู่กรณี เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์ของแต่ละคดีอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร พยานหลักฐาน รายงานการตรวจสภาพรถ ดุลพินิจของศาล และขั้นตอนการบังคับคดี เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลคดี