ในคดีนี้ ลูกความถือครองที่ดินแปลงใหญ่ในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่เมื่อเวลาผ่านไป สภาพการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เริ่มเกิดปัญหาความไม่ชัดเจน เนื่องจากมีทั้งสัญญาเช่าเดิมที่ครบกำหนด มีผู้เข้ามาพักอาศัยในพื้นที่ และแนวเขตติดต่อกับที่ดินแปลงข้างเคียงเริ่มคลาดเคลื่อน ลูกความจึงมอบหมายให้ทีมทนายความเข้ามาช่วยจัดระเบียบสิทธิในที่ดิน และเตรียมดำเนินกระบวนการทางกฎหมายเพื่อฟ้องขับไล่
หากทนายความประเมินคดีจากเอกสารบนโต๊ะเพียงอย่างเดียวแล้วรีบยื่นฟ้องต่อศาลทันที มักก่อให้เกิดความเสี่ยงสำคัญ 3 ประการ:
ด้วยเหตุนี้ การจัดการคดีอย่างรอบคอบจึงต้องเริ่มต้นจากการลงไปดูพื้นที่จริง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อนกำหนดแนวทางทางกฎหมาย
ทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm วางกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบสัญญา ออกหนังสือบอกกล่าวอย่างเป็นทางการ ไปจนถึงการลงพื้นที่จริง
รวบรวมสัญญาเช่าที่ดินและเอกสารสิทธิ์ทั้งหมด วิเคราะห์เงื่อนไขข้อกฎหมาย และจัดทำหนังสือบอกกล่าว (Notice) ส่งถึงผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ
เข้าตรวจสอบข้อมูลระวางและแผนที่ ณ สำนักงานที่ดินในพื้นที่ นำพิกัดทางราชการมาทาบกับสภาพภูมิประเทศจริงระหว่างเดินทางเข้าพื้นที่
เดินตรวจสอบแนวเสารั้วลวดหนาม ร่องรอยการเข้าทำประโยชน์ และทางสัญจรในแปลงที่ดินจริง เพื่อบันทึกพิกัดและภาพถ่ายข้อเท็จจริงหน้างาน
เดินสอบถามผู้พักอาศัยริมทางลูกรังอย่างสุภาพเพื่อรับฟังข้อติดขัด และเข้าพบผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงข้างเคียงเพื่อความชัดเจนเรื่องแนวเขตติดต่อ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ทีมทนายความใช้เวลาอยู่กับพื้นที่จริงตลอดทั้งวัน เดินสำรวจตามแนวคันคูดินและทางลูกรังกลางแจ้งท่ามกลางแดดและฝุ่น เพื่อตรวจสอบให้เห็นกับตาว่าสภาพจริงตรงกับระวางหรือไม่ พร้อมทั้งเปิดโต๊ะพูดคุยรับฟังข้อมูลจากคนในพื้นที่อย่างให้เกียรติ
การลงพื้นที่รับฟังข้อมูลด้วยตนเอง ช่วยให้ทนายความเห็นสภาพปัญหาที่แท้จริง และรู้ว่าประเด็นใดมีโอกาสเจรจา ประเด็นใดต้องใช้กระบวนการทางกฎหมาย
หลังเสร็จสิ้นภารกิจหน้างาน ทีมทนายความนำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาประชุมสรุปร่วมกับลูกค้าในวันเดียวกัน เพื่อแปลงข้อมูลหน้างานให้เป็นแนวทางการดำเนินคดีที่ชัดเจน:
นำข้อมูลตัวตนและสถานะของผู้พักอาศัยที่พบจริงหน้างาน มาแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบอกกล่าวให้ถูกต้องตามตัวบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงจากการส่งหนังสือไม่ตรงกับผู้ครอบครองจริง
การพูดคุยกับผู้ใช้ประโยชน์ในแปลงข้างเคียงช่วยให้เข้าใจข้อติดขัดร่วมกัน ส่วนใดที่สามารถปรับความเข้าใจหรือกำหนดแนวเขตให้ถูกต้องได้ ก็หาข้อยุติโดยไม่ต้องเกิดข้อพิพาท
สำหรับส่วนที่ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ ทนายความสามารถยกร่างคำฟ้องขับไล่โดยมีข้อมูลแนวเขต ภาพถ่ายพยานหลักฐาน และทราบประเด็นโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้การยกร่างคำฟ้องและการกำหนดคำขอท้ายฟ้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบจากหน้างานจริง
"การจัดการคดีที่ดินไม่ได้จบแค่การส่งจดหมายจากสำนักงาน
การลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ครอบครองจริง ช่วยให้รู้แนวเขตและข้อโต้แย้งก่อนเข้าสู่กระบวนการศาล"
Thai Chinese Law Firm ให้บริการดูแลและจัดการสิทธิในที่ดินอย่างครบวงจร:
ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ ประวัติการถือครอง และลงสำรวจสภาพการครอบครองจริงก่อนการลงทุนหรือพัฒนาโครงการ
ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างแนวเขตทางกายภาพกับระวางแผนที่ของทางราชการ เพื่อป้องกันปัญหาแนวเขตทับซ้อน
ประสานความเข้าใจระหว่างเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้ครอบครอง และที่ดินแปลงข้างเคียง เพื่อหาจุดกึ่งกลางในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
จัดทำเอกสารแจ้งสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการว่าความดำเนินคดีในชั้นศาลบนฐานพยานหลักฐานหน้างานที่ชัดเจน
หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน สามารถนำเอกสารและข้อเท็จจริงเบื้องต้นมาปรึกษาทีมทนายความ Thai Chinese Law Firm เพื่อร่วมกันประเมินแนวทางที่เหมาะสมได้ครับ




ทางสำนักงานจะแจ้งขอบเขตงาน เอกสารที่ต้องจัดเตรียม ค่าบริการ และระยะเวลาดำเนินการอย่างชัดเจนก่อนเริ่มงานเสมอครับ
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อแบ่งปันแนวทางการทำงานและให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น โดยอ้างอิงจากขั้นตอนการปฏิบัติงานจริงและมีการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดเฉพาะของทรัพย์ และคู่กรณีเพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย ผลลัพธ์ของแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาล เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลคดี